สพฐ. ขานรับ ดัน วิชาประวัติศาสตร์ เตรียมบรรจุเป็นเกณฑ์สอบเข้า ม.1/ม.4 จ่อเสนอคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย-รับราชการครู ต้องใช้ด้วย
วันที่ 20 ส.ค.2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือหลายประเด็นที่สำคัญ อาทิ ความคืบหน้าการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ตามที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) มอบหมายให้ สพฐ. ดำเนินการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาดังกล่าว
เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความสำนึกรักชาติ เข้าใจหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความรอบรู้ด้านภูมิศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยปรับโครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ให้เหมาะสม
“ปัจจุบันในระดับประถมศึกษา มีการเรียนประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมงต่อสามปี ส่วนการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผล ให้ใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก พร้อมทั้งใช้สื่อร่วมสมัยที่เหมาะสมกับวัยผู้เรียน
เช่น สื่อดิจิทัล แอนิเมชัน สื่อเทคโนโลยี AR ที่ส่งเสริมกระบวนการคิด รวมถึงสื่อจากแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ชุมชน ในด้านการประเมินให้ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก เน้นกระบวนการคิดมากกว่าการท่องจำ และใช้วิธีประเมินที่หลากหลาย
ควบคู่ไปกับการพัฒนาครู ให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ฝึกปฏิบัติจริง และการปรับปรุงสื่อและหนังสือเรียน ให้มีความถูกต้อง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน และสวยงามน่าสนใจ”ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าว
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตามที่ รมว.ศธ.มีแนวคิดจะเพิ่มสัดส่วนวิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ในการสอบเข้าศึกษาต่อของนักเรียน ก็ได้เตรียมประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการใช้ความสามารถด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง เป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
พร้อมทั้งมอบหมายสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ให้มีการนำความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง เป็นเกณฑ์ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการของ สพฐ. ด้วย ส่วนการสอบเข้าศึกษาต่อของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 เป็นเรื่องที่ยังต้องหารือกันต่อไปในรายละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาและมีความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียนทุกคน

“ทั้งนี้ผมได้เน้นย้ำผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ในการขับเคลื่อนการศึกษาตามประเด็นสำคัญที่ รมว.ศธ.ฝากไว้ นอกจากการส่งเสริมวิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ยังมีเรื่องของการปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่
รวมถึงการลดภาระงานครู เพื่อให้ครูมีเวลาพัฒนางาน มุ่งสอนลูกศิษย์ได้มากยิ่งขึ้น และการเพิ่มสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน และวางรากฐานชีวิตที่ดีให้กับเด็กไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
