จัดซื้อ ‘แท็บเล็ต-โน๊ตบุ๊ก’ ส่อสะดุด 30 ร.ร.กทม.ปฏิเสธรับอุปกรณ์-กก.จัดซื้อจัดจ้างในหลายเขตพื้นที่ แห่ถอนตัว ชี้ไม่มั่นใจทีโออาร์ หวั่นซ้ำรอยสนามฟุตซอล

วันที่ 15 ก.ย.2568 นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า นโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime ที่ให้แต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดำเนินการเช่าซื้ออุปกรณ์เสริมการสอน อาทิ แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ก และโครมบุ๊ก ตามความต้องการของแต่ละเขตพื้นที่นั้น

ขณะนี้ทราบ ว่า โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ กว่า30 แห่ง ปฏิเสธไม่ขอรับอุปกรณ์เหล่านี้ อีกทั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างในหลายเขตพื้นที่ฯ ทยอยถอนตัว เพราะรู้สึกไม่มั่นใจต่อ ร่างขอบเขตงาน หรือทีโออาร์ ซึ่งสเปกบางส่วนถูกกำหนดจากส่วนกลาง จึงกังวลว่าจะเกิดปัญหาเหมือน กรณีการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อปรับปรุงสนามกีฬาฟุตซอล

นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่า แนวทางที่เหมาะสม คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อหาบริษัทเช่าซื้ออุปกรณ์เสริมดังกล่าว ให้กับทุกเขตพื้นที่ ไม่ควรผลักภาระให้แต่ละเขตพื้นที่ ดำเนินการเอง เพราะขณะนี้พบปัญหา ไม่มีใครสมัครใจมาทำหน้าที่คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง

ดังนั้น หากสพฐ.ดำเนินการเอง จะสามารถควบคุมและรับผิดชอบได้ ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดคุณสมบัติของอุปกรณ์ กระบวนการประกวดราคาและการจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงกระบวนการตรวจรับและการจัดส่งอุปกรณ์

“ข้อดีที่ให้สพฐ. รับผิดชอบจัดซื้อจัดจ้างเองทั้งหมด คือ หากพบปัญหาทุจริตหรือความผิดพลาดใด ๆ ก็จะเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของสพฐ. ไม่ต้องผลักให้เขตพื้นที่รับผิดชอบ อีกทั้งจะทำให้โรงเรียนมีเวลาไปทุ่มเทให้กับการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องแบ่งเวลามาดูแลภาระด้านเอกสารและงานจัดซื้อจัดจ้างที่เพิ่มมากขึ้น

โรงเรียนในกรุงเทพฯและปริมณฑล หลายแห่ง มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์การเรียนการสอนอยู่แล้ว บางแห่งมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย กว่าที่โครงการจะจัดหาให้ จึงไม่จำเป็นต้องได้รับอุปกรณ์เหล่านี้” นายณรินทร์ กล่าว

นายก ส.บ.ม.ท. กล่าวต่อว่า ดังนั้น ควรนำงบประมาณและทรัพยากรไปมุ่งสนับสนุนโรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์และโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีการศึกษา และแม้ว่าในปีงบประมาณ 2569 โครงการนี้จะได้รับอนุมัติงบประมาณผูกพันกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ยังไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมโรงเรียนทุกแห่งที่มีความต้องการ

ดังนั้น จึงไม่ควรเข้าไปจัดอุปกรณ์ให้กับโรงเรียนที่มีความพร้อมอยู่แล้ว แต่ควรให้ความสำคัญกับโรงเรียนที่ต้องการโอกาสและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน