หมอหมู แชร์เคสอุทาหรณ์ คนไข้หญิงวัย 42 ปี ตับถูกทำลายรุนแรง ชี้สาเหตุจาก ยาแก้ปวด ตัวการทำลายชีวิต

รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘หมอหมู วีระศักดิ์’ เตือนภัยเกี่ยวกับการกินยาแก้ปวดเกินขนาด ระบุข้อความว่า ยาแก้ปวดที่คนไว้ใจที่สุด…กลับทำให้ชีวิตเขาพังทั้งชีวิต

ผู้ป่วยหญิงอายุเพียง 42 ปี ทำงานออฟฟิศธรรมดาๆ มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเรื้อรังจากความเครียด เธอเลือกใช้ “พาราเซตามอล” เป็นเพื่อนคู่ใจ

วันไหนเครียด กิน 2 เม็ด วันไหนปวดหนัก ก็กินเพิ่ม บางครั้งมีหวัดก็ซื้อมายาแก้หวัดกิน โดยไม่รู้ว่ามี “พาราเซตามอล” ผสมอยู่แล้ว

หลายปีผ่านไป เธอไม่เคยคิดเลยว่า “ยาที่ปลอดภัยที่สุด” จะกลายเป็นตัวการทำลายชีวิต

จนวันหนึ่ง เธอเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง ตาเหลือง ไปหาหมอตรวจพบว่า ตับถูกทำลายอย่างรุนแรง (Acute Liver Failure) และสาเหตุไม่ใช่อะไรไกล มาจาก “พาราเซตามอล” ที่กินทุกวัน

สุดท้าย เธอต้องเข้าคิวรอการปลูกถ่ายตับ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสรอด…

ข้อคิดจากเคสนี้
1. พาราเซตามอล ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ถ้าใช้เกินขนาด หรือใช้เรื้อรังโดยไม่ระวัง
2. การกินยาหลายชนิดพร้อมกัน โดยไม่รู้ว่ายาแต่ละตัวมีส่วนผสมซ้ำซ้อน อาจทำให้ได้รับยาเกินโดยไม่ตั้งใจ
3. แค่ “ยาแก้ปวดธรรมดา” ก็สามารถพรากชีวิตหรือสุขภาพที่เหลือไปตลอดกาล

หมอหมูขอฝากไว้
1. อย่าใช้พาราเซตามอลเกิน 4,000 มก./วัน (8 เม็ด ขนาด 500 มก.)
2. เช็กฉลากยาเสมอ โดยเฉพาะยาแก้หวัด/ยาแก้ปวดที่ซื้อกินเอง
3. หากมีอาการปวดเรื้อรัง การหาสาเหตุสำคัญกว่าการกินยาแก้ปวดซ้ำๆ

ความจริงคือ สิ่งที่เราคิดว่า “ปลอดภัยที่สุด” อาจเป็นสิ่งที่พรากสุขภาพไปเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว

อ้างอิงข้อมูลจาก: Larson AM, et al. Acetaminophen-induced acute liver failure: Results of a United States multicenter, prospective study. Hepatology. 2005;42(6):1364-1372.
เรียบเรียงโดย : รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี

ปล. ข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำเสนอมีการอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน และผมได้พยายามอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ แต่บางครั้งอาจมีการโต้แย้งในข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องปกติในแวดวงวิชาการ ดังนั้น จึงขอเรียนทุกท่านว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความของผม และควรหาข้อมูลเพื่มเติมเพื่อความถูกต้องอีกครั้งด้วยนะครับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน