แพทย์ไต้หวันยกให้เพลง Golden จากแอนิเมชันดังเรื่อง KPop Demon Hunters เป็นเพลง CPR แห่งยุค ยืนยันการกดตามจังหวะเพลง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยชีวิต
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ วงการแพทย์ไต้หวันยกให้ Golden เพลงฮิตจาก แอนิเมชันดังจาก Netflix เรื่อง เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ : KPop Demon Hunters กลายเป็น “เพลง CPR ยุคใหม่” เพราะมีจังหวะตรงกับการกดหน้าอก (CPR) เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน นายแพทย์หม่า ฮุ่ยหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ให้สัมภาษณ์ว่า เวลาที่ประชาชนทำ CPR มักมีข้อผิดพลาด คือ กดเร็วเกินไป ซึ่งสิ่งนี้จะลดประสิทธิภาพของการช่วยชีวิต แต่ถ้าใช้จังหวะของเพลงช่วย จะสามารถช่วยควบคุมจังหวะให้สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งยังเน้นย้ำว่า “ทุกวินาทีหลังผู้ป่วยล้มลงมีค่า การลงมือทำ ย่อมดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ควรรีบทำ CPR ให้เร็วที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต”

ภาพประกอบ
สำหรับเพลง “Golden” จากแอนิเมชันเรื่อง เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ : KPop Demon Hunters นั้นกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ร้องตามได้
ที่สำคัญไปกว่านั้น ในโลกความจริง เพลงนี้ยังสามารถช่วยชีวิตคนได้ เนื่องจากจังหวะในท่อนฮุกของเพลงอยู่ที่ 120 ครั้งต่อนาที (120 BPM) ซึ่งตรงกับจังหวะการกดหน้าอกที่มีประสิทธิภาพตามคำแนะนำของสมาคมกาชาดไต้หวัน ซึ่งระบุว่า CPR ที่ดีควรกดหน้าอก 100–120 ครั้งต่อนาที
ในโลกออนไลน์ ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินหลายรายแชร์วิดีโอสั้นที่ใช้เพลง “Golden” ประกอบในการสาธิตการทำ CPR ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม
แพทย์หม่าเผยว่า “ทุกยุคมีเพลง CPR เป็นของตัวเอง” ซึ่งการใช้เพลงเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ CPR ที่ได้ผลดีมาก และเมื่อถูกถามว่าเขามีเพลงที่มักใช้สำหรับ CPR หรือไม่ เขากล่าวว่า “ผมค่อนข้างใช้วิธีโบราณ นั่นคือการใช้วิธีดูเข็มนาฬิกาแล้วนับ ‘2 ครั้งต่อวินาที’ แทน”

ภาพประกอบ
นายแพทย์ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ประชาชนจำนวนมากลังเลที่จะช่วยชีวิตด้วย CPR เพราะกลัวว่าตัวเองจะทำไม่ถูก หรือกลัวทำให้แย่ลง แต่เขาย้ำอย่างหนักแน่นว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่ดี เพราะ “ทำดีกว่าไม่ทำ”
เนื่องจากโดยเฉลี่ย ทุก 1 นาทีที่ล่าช้า อัตราการรอดชีวิตลดลง 10% และแม้รถพยาบาลจะมาถึงเร็วแค่ไหนก็ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ดังนั้น คนที่อยู่ ณ จุดเกิดเหตุจึงมีบทบาทสำคัญที่สุด
จากผลสำรวจพบว่า เหตุผลที่คนทั่วไปไม่กล้าทำ CPR มี 3 อย่าง คือ
- กลัวมีปัญหาทางกฎหมายหากช่วยแล้วเกิดผลเสีย
- ไม่อยากทำการเป่าปาก
- คิดว่าขั้นตอนซับซ้อน จำยาก
แพทย์หม่าชี้แจงว่า กฎหมายการแพทย์ฉุกเฉินในไต้หวันมีการ รับรองความคุ้มครองทางกฎหมายสำหรับผู้ช่วยชีวิต ทำให้ประชาชนไม่ต้องกลัวจะถูกฟ้องร้องหากตั้งใจช่วยอย่างบริสุทธิ์ใจ

ภาพประกอบ
ในส่วนของการปฏิบัติ ปัจจุบันแนวทางการทำ CPR ได้ลดขั้นตอนให้เข้าใจง่าย นอกจากนี้ยังมี ระบบสอน CPR ผ่านโทรศัพท์ (Dispatcher-assisted CPR) หากมีผู้โทรแจ้ง 119 แล้วไม่รู้วิธีทำ CPR เจ้าหน้าที่ศูนย์จะ สอนผ่านสายโทรศัพท์แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ประชาชนทำ CPR ได้อย่างถูกต้อง
จากความพยายามส่งเสริมของทุกฝ่าย รวมถึงการใช้เพลงช่วยจับจังหวะ CPR และการลดขั้นตอนให้เข้าใจง่าย รวมทั้งการสอนผ่านโทรศัพท์ ทำให้ปัจจุบันอัตราการลงมือทำ CPR ของประชาชนในไต้หวัน เพิ่มจาก 15% เป็น 60% ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่น่าชื่นชม
ที่มา : ETtoday