โหรหลวงบวงสรวง ลงขวานทองปฐมฤกษ์ ตัด 12 ต้นจันทร์หอมป่ากุยบุรี สำหรับพระราชพิธีพระบรมศพ แปรรูปส่งให้กรมศิลป์ปลายเดือน ธ.ค. ขณะที่ประชาชนทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลไม่ขาดสาย เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ นอกจากชาวไทยแล้ว ยังมีศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยในสหรัฐ มาร่วมด้วย สดุดีเทิดพระเกียรติทรงศึกษาค้นคว้าเรื่อง ‘ดิน’ อย่างลึกซึ้ง ส่วนที่พิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติ พระนคร วธ.แจกวันแรก หนังสือพระราชประวัติ พระบรมราโชวาท พระบรมฉายาลักษณ์ ประชาชนมารอคิวตั้งแต่ตี 4
★ สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พิธีเช้า
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 พ.ย. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 32 ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์แสดงปางห้ามญาติ หรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระพิธีธรรม
จากนั้น ม.จ.นวพรรษ ยุคล ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ และ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่คืนวันที่ 13 พ.ย.
★ ชาวสุราษฎร์น้อมนำคำสอน
ส่วนการเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเฝ้าฯ กราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นั้น เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เวลา 05.00 น. จากนั้นเปลี่ยนไปเข้าทางประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในเวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทางประตูวิเศษไชยศรี
นางขวัญฤดี วงค์สุบรรณ อายุ 51 ปี ชาว อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยสมาชิกองค์กรพัฒนาสตรี และผู้สูงอายุ กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จฯ ไปทรงเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2530 ดีใจมากที่พระองค์เสด็จฯ ไปช่วยเหลือราษฎร เพราะน้ำคือชีวิตของทุกคน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แม้พระองค์ท่านเสด็จสวรรคตแล้ว แต่พวกเราจะน้อมนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติ ทั้งหลักเศรษฐกิจ พอเพียง และการทำความดีรู้รักสามัคคี
★ สดุดีทรงรู้เรื่องดินอย่างลึกซึ้ง
ขณะเดียวกัน มีชาวต่างชาติจากรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เดินทางมาร่วมกราบถวาย สักการะพระบรมศพด้วย มารอเข้าคิวกันตั้งแต่เวลา 04.00 น. โดยนายเอเดรียน ลอว์ อายุ 77 ปี ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องดินจากมหาวิทยาลัยมิสซูรี แคนซัส ซิตี้ สหรัฐ อเมริกาได้เรียนรู้พระราชประวัติและการทรงงานของพระองค์ท่าน ทราบว่าทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทยมากมาย โดยเฉพาะเรื่องดินที่ทรงศึกษาค้นคว้า แก้ปัญหาให้ชาวบ้านสามารถทำเกษตรกรรมได้ อีกทั้งยังทรงถ่ายทอดสอนให้ชาวบ้านปลูกพืชผักเลี้ยงชีพด้วยตัวเองได้ พระองค์ทรงศึกษาด้านดินอย่างลึกซึ้ง มากกว่าที่พวกเรานักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาค้นคว้าในห้องทดลองเสียอีก
ส่วนนางจูลี แอน โบเอ็ม อายุ 80 ปี กล่าวว่าดีใจที่เห็นคนไทยรักกัน แม้ตอนเช้าต้องเข้าแถวต่อคิวยาว แต่ด้วยความตั้งใจที่อยากจะมากราบสักการะพระบรมศพ ทำให้ได้เห็นการรวมเป็นหนึ่งเดียว และความช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนไทย ระหว่างทางก็มีแจกน้ำ ทิชชู และขนมด้วย
★ ต่างชาติปลาบปลื้ม-ประทับใจ
ขณะที่ น.ส.อะแมนด้า โบเอ็ม อายุ 44 ปี กล่าวว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วมาท่องเที่ยวเมืองไทย ได้ชมความงามของพระบรมมหาราชวัง จากนั้นได้ศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือและอินเตอร์เน็ต ทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่แตกต่างจากพระมหากษัตริย์ องค์อื่นใดในโลกนี้ เพราะทรงเสียสละเวลาและทรงงานต่างๆ นานัปการ นอกจากนี้ ยังรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้รับเสด็จสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ ให้แก่ประชาชน เพื่อนชาวไทยบอกว่าเป็นความโชคดีของเรา เพราะแม้แต่คนไทยบางคน ยังไม่ได้ใกล้ชิดอย่างนี้
นายคลิฟ เชง อายุ 54 ปี กล่าวว่าเคยมาเที่ยวทางภาคเหนือของประเทศไทย ชมโครง การต่างๆ ที่พระองค์ทรงพัฒนาทำให้ชาวไทยภูเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อยู่ดีกินดีด้วยเกษตรกรรม มีอาหาร น้ำกินและใช้อย่างยั่งยืน และมีความพอเพียง จำได้ว่าตอนนั้นพอรู้ว่าทั้งหมดที่เห็นมีที่มาจากพระมหากษัตริย์ รู้สึกประทับใจ และสนใจในพระองค์มาก
★ อาหาร-หน่วยแพทย์พระราชทาน
ส่วนที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง เจ้าหน้าที่แจกอาหารและน้ำดื่มพระราชทานแก่ ประชาชนที่มากราบถวายสักการะพระบรมศพ โดยรายการอาหารวันที่ 14 พ.ย.นี้ มื้อเช้า โจ๊กหมูใส่ไข่ 1,000 ถ้วย นมหนองโพ 2,000 กล่อง, มื้อกลางวัน สปาเกตตี 2,000 ชุด สลัดโรล 1,000 กล่อง ทอดมันปลาทะเล 100 กิโลกรัม นมสด-โยเกิร์ตพาสเจอไรซ์ 1,000 ขวด ลูกอม 1,300 ถุง ขนมบัวหิมะ 500 กล่อง, มื้อบ่าย ขนมไทย 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ชุด ขนมพายไก่ และพัฟผักโขมแยมโรล 1,000 ชุด และมื้อเย็น ข้าวกะเพราหมูไข่ดาว 1,500 จาน ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว 500 จาน พะแนงหมูไข่ดาว 1,500 จาน
ด้านเต็นท์ที่ 11 เยื้องกับโรงแรมรัตน โกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬา ภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ รับสั่งให้พระราชทานเลี้ยงอาหารกล่องและน้ำ วันละหนึ่งมื้อ พร้อมด้วยหน่วยแพทย์-พยาบาลจาก ร.พ.จุฬาภรณ์ และร.พ. วิชัยยุทธ ให้การดูแลรักษาตรวจโรคเบื้องต้น รวมถึงการปฐมพยาบาลอุบัติเหตุเล็กน้อย โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน
★ วธ.แจกหนังสือ-ภาพหายาก
ที่ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กทม. กระทรวงวัฒนธรรมแจกหนังสือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ที่บางส่วนหาชมได้ยาก และหนังสือ 99 พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์ โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ รวมไปถึงนักเรียน นักศึกษามาเข้าคิวรอแจกเป็นจำนวนมาก ท้ายแถวยาวไปจนถึงภายนอกพิพิธภัณฑ์
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่าวันที่ 14 พ.ย.นี้ แจกไป 40,000 ชุด และจะแจกต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการแจกบัตรคิว โดยในวันที่ 15 พ.ย. จะแจกต่อเนื่องวันละ 40,000 ชุด ในเวลา 09.00 น., 12.00 น., 15.00 น., 17.00 น. รอบละ 10,000 ชุด และจะจัดพิมพ์เพิ่มเติมเพื่อแจกจ่ายประชาชนทั่วประเทศ ส่วนในต่างจังหวัดจะแจกผ่านหน่วยงานของกระทรวงวัฒนธรรมในแต่ละจังหวัด และสามารถดาวน์โหลดหนังสือทั้ง 2 เล่ม ได้ในลักษณะอีบุ๊ก
★ ชาวร้อยเอ็ดมารอตั้งแต่ตี 4
ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.ธนาคารออมสิน กล่าวว่าเพื่อเป็นการสนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือทั้ง 2 เล่ม ทางธนาคารออมสินมอบเงินจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อเป็นการสนับสนุนจัดพิมพ์หนังสือ
ขณะที่นางพรพนา สลาโล้ อายุ 54 ปี อาชีพเกษตรกร จาก จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่าตนและครอบครัวเดินทางมาจาก จ.ร้อยเอ็ด โดยตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพ ระหว่างนั้นทราบข่าวแจกหนังสือ สนใจมากจึงเดินทางมายังบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อต่อคิวรอรับหนังสือทั้ง 2 เล่ม ตั้งแต่เวลา 04.00 น. หนังสือที่ได้รับมานั้นตนและครอบ ครัวจะนำไปบูชาและจะนำพระบรม ราโชวาทและพระราชดำรัสในหนังสือน้อมนำ ไปปฏิบัติ
★ เร่งฟื้นฟูต้นศรีตรังที่ทรงปลูก
ส่วนที่ศาลาศิริราช 100 ปี ด้านข้าง พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ร.พ.ศิรราช เจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้กำลังเร่งฟื้นฟูต้นศรีตรัง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้เมื่อปี พ.ศ.2554 แต่ช่วงหลังเกิดอาการใบร่วง และเหี่ยว เนื่องจากรากเสียหายจากเชื้อรา โดยเจ้าหน้าที่นำต้นกล้าของต้นศรีตรัง 5 ต้น ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์เมล็ด มาปลูกเสริมที่โคนรากต้นศรีตรังใหญ่ ที่ทรงปลูกไว้ เพื่อช่วยรากให้ได้ดูดน้ำ โดยให้เซลล์ต้นเล็กหาอาหารและคอยช่วยเหลือต้นใหญ่
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ทาบกิ่ง โดยกรีดเปลือก ออกตรงลำต้นของต้นเสริมทั้ง 5 ต้น และต้นใหญ่ เพื่อให้เนื้อลำต้นทุกต้นติดกัน และ นำผ้าพลาสติก เทปพันแผลต้นไม้มาพัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้า และให้เนื้อเยื่อประสานกัน อีกทั้งยังตัดแต่งกิ่งที่แห้งออก เพื่อไม่ให้เชื้อรา ลามลงมากัดกินลำต้น
★ บวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม
วันเดียวกัน เวลา 11.30 น. ที่อุทยาน แห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ เป็นประธาน ในพิธีบวงสรวงขอขมาเทพเทวาอารักษ์ เพื่อขออนุญาตตัดไม้จันทน์หอม สำหรับจัดสร้างพระบรมโกศทรงพระบรมศพเหนือพระ จิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง
โดยตั้งเครื่องสังเวยเทพเทวาอารักษ์ก่อนเริ่มพิธีตัดไม้จันทน์หอม จำนวน 12 ต้น จาก 19 ต้น ที่กรมอุทยานฯ คัดเลือกเอาไว้ ตามฤกษ์ช่วงเวลาระหว่าง 14.09 -14.39 น. ที่บริเวณโต๊ะเครื่องสังเวย เริ่มพิธีด้วยการหลั่งน้ำเทพมนต์จากพระมหาสังข์ จากนั้นโหรหลวง ลงแป้งเจิม ลั่นฆ้องชัยบัณเฑาะว์ โหรหลวงให้ประธานหลั่งน้ำเทพมนต์ที่ขวานทอง และเจิมต้นไม้จันทน์หอมใกล้โต๊ะสังเวย พร้อมปักธูปเทียน จากนั้นพรมน้ำเทพมนต์และใช้ขวานทองฟันที่ต้นไม้จันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ 3 ครั้ง ประโคม และโปรยข้าวตอกดอกไม้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนนี้ทั้ง 12 ต้นจนครบ
★ ตามพิธีโบราณราชประเพณี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขวานทองที่ใช้ตัดต้นไม้เป็นปฐมฤกษ์ เป็นขวานที่ทำจากโลหะพ่นสีทองเพื่อให้เกิดความสวยงาม ซึ่งขวานเล่มดังกล่าว เคยใช้ตัดต้นไม้จันทน์หอมในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาแล้ว
จากนั้นเวลา 14.09 นายวุฒิ รองราชเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจำลอง ยิ่งนึก ผอ. กองราชพิธี สำนักพระราชวัง นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินทางมายังบริเวณปะรำพิธีที่บริเวณชายป่าใกล้อ่างเก็บน้ำย่านซื่อ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ กุยบุรี ประมาณ 1 ก.ม. ประกอบพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์พิธีตามโบราณราชประเพณี โดยมี ประชาชนมาร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง
★ แปรรูปให้กรมศิลป์เดือนธ.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อตัดไม้จันทน์หอมแล้วเสร็จ กรมศิลปากรจะขอให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ แปรรูปไม้จันทน์หอมให้ได้ตามขนาดต่างๆ ก่อนส่งมาเก็บไว้ใช้งาน ตามที่สำนักช่างสิบหมู่กำหนดแบบการจัดสร้าง เพื่อให้เหมาะสมต่อใช้งานและการเลื่อยฉลุลวดลายไทย โดยระหว่างนั้น คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะเป็นผู้ตรวจสอบอายุไม้ ขนาดไม้ และความสมบูรณ์เหมาะสมไม้จันทน์หอม ในเบื้องต้น กองราชพิธี สำนักพระราชวัง คาดว่าไม้จันทน์หอมที่ทำพิธีตัดในวันนี้เพียงพอสำหรับจัดสร้างพระบรมโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ คาดว่ากรมอุทยานฯ จะแปรรูปและส่งมอบไม้ให้กรมศิลปากรประมาณปลายเดือนธ.ค. ก่อนกรมศิลปากรเริ่มก่อสร้างช่วงต้นเดือนม.ค.2560
ส่วนบริเวณปะรำพิธีโดยรอบ มีประชาชนในพื้นที่จำนวนมากพร้อมใจใส่เสื้อสีดำ ไว้ทุกข์ และจับจองพื้นที่รอบข้างปะรำพิธี โดยเจ้าหน้าที่กองพิธีการ สำนักพระราชวัง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง มาร่วมดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างเข้มงวด และหลังจากตัดไม้จันทน์หอมแล้วจะปลูกไม้ทดแทนด้วย
★ สรุปยอดลงนาม 10 ล้านคน
ด้านกระทรวงมหาดไทย สรุปผลการดำเนิน การจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย และการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 13 พ.ย. จำนวนทั้งสิ้น 61,466 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 8,223,951 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึก กิจกรรมสวดอภิธรรม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 78,935 คน
สรุปยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-13 พ.ย. มีจำนวน ทั้งสิ้น 10,435,133 คน การทำบุญตักบาตร มีผู้เข้าร่วม จำนวน 13,945 คน ยอดสะสม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการทำบุญตักบาตร ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-13 พ.ย. มีทั้งสิ้น 3,086,086 คน กิจกรรมอื่นๆ จำนวน 79,323 คน ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-13 พ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 3,444,331 คน
★ จัดงาน‘วันพระบิดาฝนหลวง’
นอกจากนี้ ที่อากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. เป็นประธานในพิธีเทิดพระเกียรติ มหาราชา พระบิดาแห่งฝนหลวง และถวายสัตย์ปฏิญาณสืบสาน พระราชดำริของหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพล ข้าราชการ ลูกจ้าง สังกัดกองทัพอากาศ เข้าร่วม อย่างพร้อมเพรียง
สำหรับวันพระบิดาแห่งฝนหลวงนั้น สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริโครงการฝนหลวง เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2498 พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายคิดค้น วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงจนประสบความสำเร็จและช่วยให้ประเทศชาติรอดพ้นจากวิกฤตภัยแล้งมาได้จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเฉลิม พระเกียรติ โดยกำหนดให้วันที่ 14 พ.ย.ของทุกปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากที่กองทัพอากาศแล้ว อีกหลายจังหวัดทั่วประเทศต่างก็จัดงานวันพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อน้อมแสดง ความอาลัย อาทิ จ.หนองคาย จ.สุรินทร์ จ.เพชรบุรี จ.สิงห์บุรี จ.ตรัง และ จ.สตูล เป็นต้น
★ ทูลกระหม่อมฯประทานอาหาร
เวลา 17.45 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระดำเนินออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูเทวาพิทักษ์ไปยังมูลนิธิโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี บริเวณสนามหญ้าหน้าทำเนียบองคมนตรี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับประตู เทวาพิทักษ์ เพื่อประทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มให้ประชาชนที่เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ โดยอาหารและเครื่องดื่มคือขนมปัง แอปเปิ้ล และน้ำผลไม้บรรจุกล่องพร้อมรับประทาน พร้อมทรงทักทายกับประชาชนที่มารับเสด็จอย่างไม่ถือพระองค์
เวลา 19.00 น. ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูป สวดพระอภิธรรม


