หญิงไต้หวันอ้าปาก มีเสียง “กั๊กกั๊ก” ก้องในหู พร้อมหูอื้อ คอ-ไหล่ตึง แพทย์เผยแล้ว เป็นโรคอะไร แถมพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เป็นสาเหตุ
สำนักข่าวอีทีทูเดย์ รายงาน นางสาวหวัง อายุ 42 ปี มีอาการหูอื้อที่หูซ้ายเรื้อรัง รู้สึกเหมือนมีเสียง “หนัก ๆ” ก้องอยู่ในหู พร้อมกับอาการคอและไหล่ตึงแข็ง ปวดศีรษะ อีกทั้งเวลาที่อ้าปากกว้างจะได้ยินเสียง “กั๊กกั๊ก” และรู้สึกติดขัด
แม้การใช้ยาแก้ปวดจะช่วยบรรเทาได้ชั่วคราว แต่อาการไม่หายขาด ทำให้เธอทุกข์ใจอย่างมาก ต่อมาเมื่อไปพบแพทย์จึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้อต่อขากรรไกร (Temporomandibular Disorders,TMD) และรักษาด้วยการฝังเข็มแผนจีน จนทำให้อาการหูอื้อเกือบหายไปทั้งหมด

แพทย์แผนจีน จ้าว เนี่ยนถิง จากแผนกแพทย์จีน โรงพยาบาลนครไถหนาน ผู้ให้การรักษาผู้ป่วยรายนี้ระบุว่า เมื่อตรวจร่างกายพบว่าขากรรไกรของผู้ป่วยมีการเบี้ยวขณะอ้าปาก ข้อต่อขากรรไกรมีเสียงเสียดสี กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวมีอาการตึงและกดเจ็บอย่างเห็นได้ชัดเมื่อคลำ และไหล่ไม่เรียบ พร้อมกับมีไหล่สูงต่ำไม่เท่ากัน สอดคล้องกับอาการของโรคข้อต่อขากรรไกร (TMD)
จากมุมมองแพทย์แผนจีน โรคนี้จัดอยู่ในกลุ่มการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โดยพบได้สูงถึง 30% ของผู้ใหญ่ มักเกิดในช่วงอายุ 18 – 44 ปี และผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายราว 1.5 – 2 เท่า โรคนี้ไม่เพียงทำให้มีอาการหูอื้อ ปวดหู หรือหูตึง แต่ยังอาจทำให้เกิดอาการปวดหน้า ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คอและไหล่ตึง ปวดรอบเบ้าตาได้เช่นกัน

การรักษาด้วยแพทย์แผนจีนมักใช้การฝังเข็มเป็นหลัก โดยเลือกจุดฝังเข็ม เช่น จุดเซี่ยกวน (下關), จุดอี้เฟิง (翳風), จุดโถวเวย (頭維) และจุดเจียเชอ (頰車) เพื่อคลายกล้ามเนื้อขมับ กล้ามเนื้อขากรรไกรและกล้ามเนื้อปีกนอก หากผู้ป่วยมีอาการคอ-ไหล่ตึง จะเพิ่มการฝังที่จุดเฟิงฉือ (風池), จุดหวานกู่ (完骨), จุดเฟิงฝู่ (風府) และจุดฝังเข็มอื่น ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อสเติร์นโนคลีโดมา จุดกล้ามเนื้อทราพีเซียส และจุดกล้ามเนื้อใต้ท้ายทอย
แพทย์ยังเตือนว่า สาเหตุของโรคอาการผิดปกติของขากรรไกร (TMJ) มักเกี่ยวข้องกับ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งเป็นเวลานาน การก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ ความตึงเครียดทางอารมณ์ หรือท่าทางไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน
แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่แข็งเกินไป ไม่อ้าปากกว้างเกินจำเป็น เคี้ยวอาหารให้สมดุลทั้งสองข้าง และหมั่นลุกขึ้นยืดเหยียด ลดการใช้กล้ามเนื้อคอและศีรษะต่อเนื่อง หากอาการยังไม่หาย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างถูกต้อง ป้องกันโรคเรื้อรังและการเสื่อมของข้อต่อในระยะยาว