เด็กสาวชาวจีน วัย 17 ปี เกิดอาการวิกฤตเนื่องจาก ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ ไอเป็นเลือด ตรวจเจอพบ “ปอดขาวโพลน” แพทย์ชี้มาจากพฤติกรรมการนอน
นักเรียนหญิงวัย 17 ปีในประเทศจีน จู่ๆ ก็เกิดอาการวิกฤตเนื่องจาก ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ และยังมีภาวะ หลอดเลือดอักเสบ โรคลูปัสเอริทีมาโทซัส และโรคไมโครแองจิโอพาธี ซึ่งเป็นโรคภูมิต้านตนเองที่หายากมาก 3 โรคที่ทำให้ทั้งปอดและไตล้มเหลว ทำให้เธอต้องเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
เริ่มจากไอเป็นเลือด ก่อนพบอาการร้ายแรง
ในคืนวันที่ 20 สิงหาคม เด็กหญิงไอมีเสมหะปนเลือด ครอบครัวคิดว่าอาจเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา แต่เมื่ออาการแย่ลงจึงพาไปโรงพยาบาล เพื่อทำซีทีสแกน พบว่า “ปอดกลายเป็นสีขาวทั่วทั้งแผ่น” ซึ่งเป็นภาวะที่บ่งชี้ว่าปอดเต็มไปด้วยของเหลว นอกจากนี้ ยังพบค่าครีเอตินีนในเลือดพุ่งสูงเกิน 1,000 หน่วย ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะไตวายเฉียบพลัน
ทำการรักษาแข่งกับเวลา
โรงพยาบาลได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ด้วยการตัดสินใจใช้เครื่อง ECMO (หัวใจและปอดเทียม) และการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันที่แม่นยำ ทำให้เด็กสาวรายนี้รอดพ้นจากความตายมาได้
แพทย์ชี้ “นอนดึก” ตัวกระตุ้นโรค
ก่อนหน้านี้ เด็กสาวเคยมีอาการปวดข้อ ขาบวม และเป็นหวัดบ่อย ๆ แต่ครอบครัวไม่คิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune disease) ที่มักตรวจพบได้ยากหากไม่ใส่ใจ
ทีมแพทย์ระบุว่า การนอนดึกเป็นประจำ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ร่างกายอ่อนแอลง และอาจกระตุ้นให้เกิดโรคแทรกซ้อนหลายระบบ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือโรคแฝงอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ความเครียดสะสม การรับประทานอาหารไม่เหมาะสม การสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายเกิดความผิดปกติอย่างรุนแรงได้
ที่มา: soha