ผู้แทนถาวร ‘กัมพูชา’ ประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ปราศรัยวง ExCom โวยใส่ ไทยรุกราน พยายามขยายดินแดนเข้ามาในประเทศกัมพูชา
นายดารา อิน ผู้แทนถาวรของกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ได้กล่าวปราศรัยในการอภิปรายทั่วไป ระหว่างการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
ดารา อิน กล่าวว่า กัมพูชาเคยประสบกับการพลัดถิ่น เผชิญกับความขัดแย้ง และต่อมาได้ฟื้นฟูประเทศขึ้นใหม่ผ่านกฎหมาย ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความร่วมมือ ประเทศได้ร่วมมือกับสหประชาชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อปกป้องผู้ด้อยโอกาส ให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่แสวงหาที่ลี้ภัย และมีส่วนร่วมในการรักษาสันติภาพ การกำจัดทุ่นระเบิด และการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม
ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ภัยคุกคามจากการขับไล่ครอบครัวชาวกัมพูชาจำนวนมากที่อาศัยอยู่ภายใต้การปกครองของเรามาหลายชั่วอายุคน ซึ่งเป็นการรณรงค์ภายใต้ข้ออ้างภายในประเทศที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและเพิกเฉยต่อข้อตกลงทวิภาคีระหว่างสองประเทศ
ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ชายแดน แต่เป็นการละเมิดระเบียบกฎหมาย กฎบัตรสหประชาชาติ และอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่สี่ ซึ่งห้ามการบังคับโยกย้ายพลเรือน การทำลายหรือยึดทรัพย์สิน หรือการลงโทษหมู่ ไทยได้ทำมันมาตลอด
ความสูญเสียของมนุษย์นั้นร้ายแรงมาก ครอบครัวกัมพูชาต่างพากันหลบหนีด้วยความหวาดกลัว วิถีชีวิตสูญสิ้นไปในชั่วข้ามคืน พระภิกษุ ครู และเด็ก ๆ ต่างละทิ้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยอุทิศให้กับความศรัทธาและการเรียนรู้ หมู่บ้านเขมรที่เคยเจริญรุ่งเรืองมานานหลายทศวรรษภายใต้การดูแลของกัมพูชา กลับกลายเป็นเพียงรอยแผลเป็น และถูกทิ้งร้าง ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนว่าเมื่อกฎหมายล้มเหลว ความทุกข์ยากก็จะทวีคูณ
ขอย้ำว่ากัมพูชาได้ใช้ความยับยั้งชั่งใจ เคารพกฎหมาย และยึดมั่นในหลักความยุติธรรมและมนุษยธรรมว่าความยุติธรรม และมนุษยธรรมต้องไม่ยอมแพ้ต่อการรุกราน (โดยไทย) กัมพูชาขอเรียกร้องให้มีการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน และรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ผิดกฎหมายรอบ ๆ ที่อยู่อาศัยของพลเรือน รั้วและบังเกอร์ต่าง ๆ ที่สร้างโดยไทย