แพทย์เตือน ขดลวดหัวใจ อาจอุดตันซ้ำได้ 4 อาการสัญญาณเสี่ยงหัวใจขาดเลือดซ้ำ ควรรีบพบแพทย์ทันที

“โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease)” เป็นสาเหตุหลักของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและการเสียชีวิตกะทันหัน การรักษาด้วยการทำบอลลูนและใส่ขดลวดหัวใจ หรือที่เรียกว่า Stent (สเต็นท์) ช่วยเปิดหลอดเลือดที่อุดตันและฟื้นฟูการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ แต่แพทย์เตือนว่า การใส่ขดลวดไม่ใช่วิธีรักษาถาวรเพราะยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการอุดตันซ้ำภายหลังได้

นพ. เหลี่ยว เจิ้นอวี่ (Liao Chen-Yu) อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลนครไทเป (Taipei City Hospital Zhongxing Branch) อธิบายว่า ภาวะขดลวดหัวใจอุดตันซ้ำ (In-stent Restenosis) มักเกิดขึ้นภายในไม่กี่เดือนถึงหลายปีหลังการผ่าตัด สาเหตุหลักเกิดจาก

  • การเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดภายในมากเกินไป ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาตัว
  • ภาวะหลอดเลือดแข็งตัวลุกลาม
  • พฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ หรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี

ซึ่งทั้งหมดอาจนำไปสู่การตีบซ้ำและเกิด กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดซ้ำได้

แพทย์ระบุว่า หากผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจขาดเลือดซ้ำ (Recurrent Myocardial Infarction)

1. เจ็บแน่นหน้าอกหรือรู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าอก
2. เหนื่อยง่ายหรือออกแรงได้น้อยลง
3. หายใจติด หอบ หรือหายใจถี่
4. เจ็บแน่นหน้าอกขณะพักผ่อนหรือตอนกลางคืน

อาการเหล่านี้คล้ายกับอาการของ “โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” และไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของการอุดตันซ้ำภายในขดลวด

นพ.เหลี่ยวเน้นว่า “การป้องกันดีกว่าการรักษา” การใส่ขดลวดถือเป็นเพียง “จุดเริ่มต้นของการรักษา” แต่การดูแลหลังผ่าตัดคือสิ่งสำคัญที่สุด ผู้ป่วยควรรักษาความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และไขมันให้อยู่ในระดับปกติ รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดและยาลดไขมันตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ

“การใช้ชีวิตอย่างมีวินัยคือยาระยะยาวที่ดีที่สุด” แพทย์กล่าวปิดท้าย พร้อมย้ำว่า ผู้ป่วยและครอบครัวไม่ควรพึ่งพาเฉพาะการผ่าตัด แต่ควรเริ่มดูแลสุขภาพหัวใจจากพฤติกรรมประจำวัน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคหัวใจกลับมาเป็นซ้ำอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน