ธนกร แจง กรณี สมอ.ถอนอายัดเหล็ก ‘ซินเคอหยวน’ ยันไม่ใช่เหล็กจากเหตุตึกสตง.ถล่ม แต่เป็นเหล็กจากเหตุเพลิงไหม้ตั้งแต่ ธ.ค.67

วันที่ 4 ต.ค.2568 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม แถลงชี้แจงถึงข้อเท็จจริงกรณี สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ถอนอายัดเหล็กจาก บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ว่า ยืนยันการถอนอายัดดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนจะได้รับการโปรดเกล้าให้เป็น รมว.อุตสาหกรรม และเกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรี

เรื่องนี้ต้องชี้แจงให้ชัด เนื่องจากกระแสข่าวที่ออกไปไม่เป็นความจริงว่าการถอนอายัดนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่ตนได้รับตำแหน่ง ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

“การถอนอายัดดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.2568 ซึ่งผมได้รับการโปรดเกล้าฯ ในวันที่ 19 ก.ย.และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 24 ก.ย. จึงหมายความว่าผมสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ใน 14 ก.ย. ฉะนั้นส่วนนี้จึงต้องออกมาขอความเป็นธรรม”

ส่วนกรณีของเหล็กที่ถูกถอนอายัดนั้น นายธนกร ชี้แจงว่า ไม่ใช่เหล็กที่อยู่ในเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เมื่อเดือนมี.ค.2568 ตามที่เป็นข่าว แต่เป็นการอายัดมาจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2567 ซึ่งมีการเข้าเก็บตัวอย่างหลังเกิดเหตุ ดังนั้น เหล็กที่ถอนอายัดไม่ใช่เหล็กที่เกิดขึ้นในเหตุตึก สตง.ถล่มอย่างแน่นอน

โดยเหล็กที่อายัดจากเหตุไฟไหม้วันที่ 19 ธ.ค.2567 แบ่งเป็น 2 กอง คือ กองที่ 1 อายัดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2568 จำนวน 2,690 เส้น ซึ่งไม่ได้ถอนอายัดในส่วนนี้ พร้อมกับดำเนินคดีต่อตามกฎหมาย เนื่องจากผลการทดสอบพบว่ามีส่วนประกอบทางเคมีที่ไม่ตรงตามมาตรฐาน การควบคุมคุณภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และไม่มีเตาปรุง

กองที่ 2 อายัดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2568 จำนวน 41,635 เส้น และแบ่งการตรวจสอบออกเป็นอีกสองกองย่อย คือ กองที่มีจำนวน 16,950 เส้น ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่าผ่านมาตรฐาน จึงอนุมัติให้ถอนอายัดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2568

และกองที่มีจำนวน 24,685 เส้น ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่าผ่านมาตรฐานเช่นเดียวกัน จึงอนุมัติให้ถอนอายัดเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 ยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามการตรวจสอบของ สมอ.

ส่วนที่เป็นกระแสข่าวว่า ตัวเลขถอนอายัดเหล็กนั้นอยู่ที่ 60,000 กว่าเส้นนั้น ไม่เป็นความจริงเพราะ สมอ.อายัดมาแค่ 41,635 เส้นเท่านั้น ส่วนอีก 2,690 เส้น หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้คุณภาพจริง จึงไม่มีการถอนอายัด

“จึงต้องยืนยันความโปร่งใส ผมเข้ามาทำงานต้องยึดหลักความโปร่งใส และหลักความเป็นธรรม และขอยืนยันกับประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่ากระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของผม จะดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด”

นายธนกร กล่าวว่า ดังนั้นวันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเดินหน้าปราบปรามเหล็กเถื่อน และอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน

สุดท้าย เพื่อให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามความถูกต้องของกฎหมายและอำนาจของ สมอ. และเพื่อความโปร่งใส ตนจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

“ขอยืนยันทุกอย่างไม่มีใครกดดันผมได้ โรงงานต่างๆหรืออะไรก็ตามที่ผิดกฎหมาย ผมจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันถ้ามีการแก้ไขเป็นไปตามกระบวนการของกระทรวงอุตสาหกรรม ผมก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับอุตสาหกรรมที่ทำถูกต้องและแก้ไขให้ถูกต้องเช่นกัน”

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบคุณภาพเหล็กที่เกิดเหตุตึก สตง.ถล่ม นั้น ตนเข้าใจว่ามีทีมตรวจสอบอยู่แล้ว และหลังจากนั้นคงดำเนินการตามกระบวนการต่อไป และมั่นใจว่าการตรวจสอบจะใช้ตัวอย่างเหล็ก ใช้วิธีการตรวจสอบ ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนขั้นตอนตรวจสอบต้องปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ตนจะไม่ก้าวล่วงการทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ ซินเคอหยวน เปิดทำกิจการได้ตามปกติแล้วหรือไม่ นายธนกร ระบุว่า เท่าที่ทราบยังอยู่ในกระบวนการ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการอยู่

ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ตนยืนยันว่าหาก ซินเคอหยวน มีการแก้ไขทุกอย่าง ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นซินเคอหยวน หรือบริษัทอื่นๆ ตนต้องเปิดให้ดำเนินการต่อได้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ให้ความเป็รธรรมแค่เฉพาะบริษัทเดียว

“ผมมองว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีจำนวนมาก ถ้าดำเนินการตามกฏหมายระเบียบของอุตสาหกรรมก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ทำตามระเบียบของกระทรวง ทำผิดกฎหมาย เป็นโรงงานเถื่อน ผมก็ต้องดำเนินคดีตามข้อกฎหมายอย่างเต็มที่ ฉะนั้นเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน