การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 เกมในรอบ 16 ทีมสุดท้าย “ฝอยทอง” โปรตุเกส เจอกับสโลวีเนีย ที่สนามแฟรงก์เฟิร์ต อารีนา (ดอยต์ช บังก์ ปาร์ก) เมืองแฟรงก์เฟิร์ต

เส้นทางที่ผ่านมา โปรตุเกสได้แชมป์กลุ่มเอฟ ด้วยผลงานลงเตะ 3 นัด ชนะ 2 แพ้ 1 เก็บไป 6 คะแนน จากการชนะสาธารณรัฐเช็ก 2-1, ชนะตุรกี 3-0, แพ้จอร์เจีย 0-2

ส่วนสโลวีเนียได้อันดับ 3 กลุ่มซี เข้ารอบด้วยโควตาอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ด้วยผลงานลงเตะ 3 นัด เสมอทั้งหมด เก็บไป 3 คะแนน จากการเสมอเดนมาร์ก 1-1, เสมอเซอร์เบีย 1-1 และเสมออังกฤษ 0-0

คู่นี้เคยเจอกันมา 1 ครั้ง ในเกมกระชับมิตรเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง สโลวีเนียเปิดบ้านชนะ 2-0

ขณะที่ 11 ผู้เล่นตัวจริงของเกมนี้ โปรตุเกส ได้แก่ ดิโอโก คอสตา : นูโน เมนเดส, เปเป, รูเบน ดิอาส, ชูเอา คันเซโล, วิตินญา, ชูเอา ปาลินญา, บรูโน แฟร์นานเดส : ราฟาเอล เลเอา, คริสเตียโน โรนัลโด, แบร์นาร์โด ซิลวา

ส่วน สโลวีเนีย ประกอบด้วย ยาน โอบลัก : ยูเร บัลโคเวส, ยาคา บิโยล, วานยา เดอร์คูซิช, ซาน คาร์นิชนิก : ยาน มลาคาร์, ติมี เอลส์นิก, อดัม กเนซดา เชริน, เปตาร์ สโตยาโนวิช : เบนยามิน เซสโค, อันดราซ สโปราร์

REUTERS/Wolfgang Rattay

 

เริ่มครึ่งแรก โปรตุเกสได้โอกาสตั้งเกมขึ้นมาทักทายก่อนสองครั้งติดๆ จังหวะแรก จากลูกยิงของ ชูเอา ปาลินญา แต่ ยาน โอบลัก ยังปัดออกไปได้ และครั้งที่สองจากจังหวะต่อเนื่อง ทีมฝอยทองได้เตะมุม บอลเลยมาถึง รูเบน ดิอาส ได้ซัดเต็มๆ แต่บอลออกเสาประตูไปนิดเดียว

ยังคงเป็น โปรตุเกส ที่เป็นฝ่ายครองบอลและทำเกม ในนาทีที่ 12 พวกเขามีโอกาสได้ลุ้นประตู แบร์นาร์โด ซิลวา เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ คริสเตียโน โรนัลโด ได้เทคตัวขึ้นโหม่งแต่ไม่ถึงบอล โดยมี บรูโน แฟร์นานเดส รออยู่ในจังหวะที่สองแต่ก็เขาไม่ถึงบอลเช่นกัน

นาทีที่ 33 โปรตุเกส ได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิก คริสเตียโน โรนัลโด รับหน้าปั่นเฉียดคานไปนิดเดียว

REUTERS/Kai Pfaffenbach

 

ในนาทีที่ 38 สโลวีเนีย ได้ทำเกมบุกขึ้นมาบ้าง เปตาร์ สโตยาโนวิช เปิดเข้าไปให้กับ อันดราซ สโปราร์ แต่ นูโน เมนเดส ยังสกัดออกไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็นโปรตุเกสที่ดูดีกว่า แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ จบครึ่งแรก โปรตุเกส ยังเสมอกับ สโลวีเนีย 0-0

เริ่มครึ่งหลัง โปรตุเกสได้ทักทายก่อน จากลูกยิงของ แบร์นาร์โด ซิลวา แต่บอลยังคงเหินข้ามคานออกไป ส่วน สโลวีเนีย ก็ได้ลุ้นบ้างจากจังหวะเตะมุม แต่ยังไม่ผ่านมือของ ดิโอโก คอสตา

โปรตุเกสได้ลุ้นต่อเนื่อง นาทีที่ 54 พวกเขาได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษ คริสเตียโน โรนัลโด ซัดเต็มแรงแต่ไปตรงตัวของ ยาน โอบลัก

นาทีที่ 60 สโลวีเนีย มีโอกาสลุ้นประตู จากเกมสวนกลับ เบนยามิน เซสโค ได้ชิงจังหวะกับ เปเป ก่อนหลุดเดี่ยว แต่เจ้าตัวยิงออกไปเอง

REUTERS/Heiko Becker

นาทีที่ 89 โปรตุเกสพลาดโอกาสทองในการออกนำ หลังคริสเตียโน โรนัลโด ได้ยิงด้วยซ้าย แต่ ยาน โอบลัก ยังรับติดมือเอาไว้ได้

หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำประตูได้ ทำให้จบ 90 นาที ยังเสมอกันอยู่ 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษเข้าสู่นาทีที่ 102 ดิเอโก โชตา ได้เลี้ยงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนถูกผู้เล่นสโลวีเนียสกัดจนล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษ

ก่อนที่จะเป็น คริสเตียโน โรนัลโด รับหน้าที่สังหาร อย่างไรก็ตาม ยาน โอบลัก โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดบอลได้สำเร็จ ทำให้โปรตุเกสพลาดโอกาสทองในการออกนำ และจบครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ

นาทีที่ 115 สโลวีเนียพลาดโอกาสในการได้ประตูออกนำ หลัง เบนยามิน เซสโค ได้ฉกฉวยความผิดพลาดของ เปเป ชิงบอลเข้าไปดวลเดี่ยวกับ ดิเอโก คอสตา แต่ติดปลายเท้าของผู้รักษาประตูชาวโปรตุเกส

ในช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่มีทีมใดทำประตูได้ ทำให้จบช่วงต่อเวลาพิเศษ ยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0 ต้องดวลจุดโทษในการตัดสินหาผู้ชนะ

ผลสุดท้ายปรากฎว่า เป็นทางโปรตุเกส ที่ได้ ดิโอโก คอสตา โชว์ฟอร์มหนึบ เซฟ 3 จุดโทษของผู้เล่นสโลวีเนีย ส่วนนักเตะฝอยทองก็ยิงแม่นหมด ทำให้จบเกม โปรตุเกส เอาชนะ สโลวีเนีย ไป 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ไปดวลกับ ฝรั่งเศส ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน