จากกรณีที่ อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ นักกีฬายิมนาสติก พร้อมด้วย ฤทธิ์ธี ขำศิริรัตน์ คุณพ่อของอิทธิฤทธิ์ และ ภาณุ ประดาไทย ผู้ฝึกสอนยิมนาสติกสังกัดสโมสรกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นสังกัดของ อิทธิฤทธิ์ ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องการคัดเลือกนักกีฬายิมนาสติก ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ตนมองว่าไม่เป็นธรรม ทั้งที่ตนเองได้แชมป์ประเทศไทย ปี 2024 ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ คือ ฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์, ม้าหมุน, ห่วง, ม้ากระโดด, บาร์คู่ขนาน, บาร์แนวนอน) แต่ไม่ติดทีมชาติไทย ตามระเบียบ
ล่าสุด นาวาตรี ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า ต้องถามกลับว่าจะมีเหตุผลใดที่ สมาคมฯ ไม่อยากได้นักกีฬาที่เก่ง และดี โดยเฉพาะกีฬายิมนาสติกที่อันตราย เล่นยาก ยิ่งซีเกมส์ ในบ้าน เราก็อยากได้คนที่ดีทื่สุด เพื่อลงแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย แต่สำหรับ นักกีฬาที่ออกมาร้องเรียนนั้น เขาก็เป็นที่จับตาของสมาคมฯ มาโดยตลอด แต่ในการแข่งขันที่ผ่านมาเขาทำผลงานได้ไม่ดี
“ในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ล่าสุดปี 2025 เขา ทำคะแนนใน ฟลอร์ เอ็กเซอร์ไซส์ ได้เพียง 1.75 คะแนนเท่านั้น ขณะที่ท่าอื่นๆ ก็ทำได้ 2 บ้าง 1 บ้าง มีทำพลาดแล้วนอนแผ่ลงไปกลางสนามก็มี บ่งบอกถึงความไม่ฟิตของร่างกาย ผมก็จับตามองมาตลอด ถ้าเขาขยัน และหมั่นเพียรจริงๆ เป็นไปไม่ได้หรอกที่สมาคมฯจะไปแกล้งเขา”
นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เผยต่อว่า จากการประเมินคะแนน และฟอร์มของเขาล่าสุด เขาติดอยู่ลำดับที่ 5-6 ของนักกีฬาที่มีอยู่ แต่โควตานักกีฬาชายประเภทยิมนาสติกศิลป์ นั้นมีได้แค่ 4 คน ส่วน ฟูกะ โนมูระ นักกีฬาลูกครึ่งญี่ปุ่น ที่เขาหยิบยกขึ้นมาว่าไม่ได้ผ่านการคัดเลือก แต่สมาคมฯให้ติดทีมชาตินั้น จริงๆ ฟูกะ อยู่ในลิสต์ของเราอยู่แล้ว แต่เป็นความร่วมมือของสมาคมฯ กับผู้ปกครองที่จะส่งเขาไปฝึกซ้อมที่ญี่ปุ่น โดยผู้ปกครองเป็นคนออกค่าเล่าเรียน ส่วนสมาคมฯดูแลเรื่องการฝึกซ้อม ซึ่ง ฟูกะ เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่สมาคมฯหมายมั่นว่าจะได้ไปเล่นในโอลิมปิกเกมส์ 2028 ด้วย
“สำหรับ อิทธิฤทธิ์ แม้จะติดเป็นอันดับ 5-6 แต่เราก็ยังคงเรียกให้เขามาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมในฐานะตัวสำรอง แต่เขาก็จะอ้างตลอดว่าไม่มีเงิน ไม่มีที่พัก ซึ่ง สมาคมฯ ก็จัดการส่งให้เขาไปเรียนที่ ม.มหิดล แต่ไม่นานก็โดนรีไทร์ ออกมาอีก ทำให้มีปัญหาและข้อจำกัดมาตลอด จนไม่ได้มาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมสม่ำเสมอ อีกทั้ง ซีเกมส์ ครั้งนี้ ก็ไม่มีประเภทอุปกรณ์รวมด้วย ไม่ใช่เพราะกลั่นแกล้งอย่างที่เขาสงสัย แต่เป็นมติจากฝ่ายจัดการแข่งขัน และทุกชาติในอาเซียนเห็นร่วมกัน ทำให้เราจำเป็นต้องคัดเลือกแต่นักกีฬาที่ทำผลงานในประเภทเดี่ยวที่ดีที่สุดในแต่ละอุปกรณ์เข้าร่วม”
นาวาตรี ศรายุทธ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ คุณพ่อของ อิทธิฤทธิ์ เคยร้องเรียนมาแล้ว และเราก็ทำหนังสือแจ้งให้รับทราบถึงเหตุผลไปแล้ว ซึ่งทั้งทาง อิทธิฤทธิ์ ก็เซ็นต์ชื่อรับทราบเรียบร้อย ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาแถลงข่าวให้ประชาชนเข้าใจผิด ส่วนเรื่องที่เขาต้องขายบ้าน 2-3 หลัง ก็ไม่ใช่เรื่องของกีฬาเสียทีเดียว มันเป็นไปไม่ได้ สมาคมฯขอยืนยันว่าเราต้องการนักกีฬาที่ดีที่สุด และหากเก่งจริงมีหรือสมาคมฯ จะไม่อยากได้