ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เผยเอกสารของ จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์ ส่งให้ฟีฟ่าเรียบร้อยแล้ว แต่หากไม่ทันใช้งานฟีฟ่าเดย์พ.ย. ยังมีตัวเลือกสำรองไว้แล้ว
ตามที่ แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ประกาศรายชื่อ 23 นักเตะทัพช้างศึก เพื่อเตรียมลงสนามอุ่นเครื่องพบกับสิงคโปร์ วันที่ 13 พ.ย. และไปเยือนศรีลังกา ในเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก วันที่ 18 พ.ย. โดยแข้งเก๋าอย่าง “มุ้ย”ธีรศิลป์ แดงดา, “อุ้ม”ธีราทร บุญมาทัน รวมถึง “ตังค์”สารัช อยู่เย็น ต่างมีชื่อกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังเรียก จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์ กองหน้าลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่เล่นให้กับกริมส์บี ทาวน์ ในลีกทู อังกฤษมาติดทีมด้วย แม้ว่าจะยังไม่ได้รับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เนื่องจากเรื่องเอกสารความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะกับประเทศไทยนั้นยังไม่ครบ
กุนซือใหญ่ทัพช้างศึก กล่าวว่า “อย่างแรกที่จะพูดคือรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นคนประกาศรายชื่อนักเตะกับการเข้ามาคุมทีมเป็นครั้งแรก และช่วงนี้ถือเป็นความท้าทายของผม เพราะ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องวุ่นวายไม่น้อย และเวลาที่ยากลำบากในการเลือกนักเตะในครั้งนี้ แม้ว่าคนที่ไม่มีรายชื่อในครั้งแต่ได้ติดตามผู้เล่นแทบทุกคน ดังนั้นทุกคนยังมีโอกาส”
“คนแรกที่พูดถึงการที่ไม่มีศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ต้องยอมรับศุภณัฏฐ์มีศักยภาพสูง แต่เมื่อคุยกับสโมสรแล้วเนื่องจากนักเตะได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นคงจะเร็วเกินไปที่จะเรียกตัวมาติดทีมชาติในครั้งนี้ ทั้งนี้ต้องขอบคุณบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้มีการพูดคุยและให้การสนับสนุนผมอย่างเต็มที่”
“อีกคนคือโจนาธาร เข็มดี ตอนแรกมีแพลนที่ติดทีมชาติในครั้ง แต่ติดปัญหาเรื่องเอกสารสำหรับพาสปอร์ตจึงต้องกลับไปที่เดนมาร์คเพื่อดำเนินให้เรียบร้อย ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกับนักเตะเป็นที่เข้าใจแล้ว”
“ขณะที่ จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์ ได้ติดตามดูฟอร์มของจู๊ดมาตั้งแต่เป็นผอ.เทคนิค การที่จะได้จู๊ดมาช่วยเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยทีมชาติไทยในเชิงลึกมายิ่งขึ้น ส่วนเอกสารของจู๊ดนั้นได้ส่งทั้งหมดไปให้กับฟีฟ่าแล้ว แต่ถ้าไม่ทันจริงเรามีตัวเลือกอื่นสำรองไว้อยู่แล้ว”
“การที่วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ที่เป็นตัวหลักมาตลอดในช่วงหลังแต่ไม่ติดในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากมาก เพราะเป็นนักเตะที่ดีทัศนคติที่ดีเยี่ยม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากใจการตัดสินใจไม่เรียกมาติดทีมชาติ แต่ครั้งต่อไปเชื่อว่าวีระเทพยังมีโอกาส”
“อย่างสุดท้ายผมเข้าใจความรู้สึกของแฟนบอล รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เพราะทุกอย่างเป็นความจริงตามที่ทุกคนได้รู้ได้เห็น แต่ผมเห็นและรู้สึกถึงความรักในทีมชาติของแฟนบอลไทยเป็นย่างดี ผมไม่ได้ขอให้แฟนบอลเห็นด้วยกับแนวทางการทำงานของผม แต่ผมอยากให้แฟนบอลคอยสนับสนุนทีมชาติ หลังจากผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลเอเชียน คัพ ผมสัญญาว่าจะพัฒนาให้ทีมชาติไทยให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจ”