“เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยว มือ 8 ของโลก ยอมรับว่าซีเกมส์ ครั้งที่33 จะเป็นการลงเล่นซีเกมส์เป็นครั้งสุดท้ายของตัวเอง พร้อมเชื่อมั่นว่าจะมีนักกีฬารุ่นน้องขึ้นมาทำหน้าที่แทนตนเองได้อย่างแน่นอน
นักกีฬาแบดมินตันวัย 30 ปี ให้สัมภาษณ์ก่อนการซ้อมของทัพนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย เพื่อสู้ศึกแบดมินตันในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยยอมรับว่าครั้งนี้อาจจะเป็นการทิ้งทวนซีเกมส์ของตัวเอง และจะพยายามอย่างเต็มที่ในการคว้าเหรียญรางวัลทั้งในประเภทบุคคลและประเภททีม
“ซีเกมส์ครั้งนี้ ครั้งที่เท่าไรไม่รู้ แต่ครั้งแรกของเมย์ คืออายุ 14 จนตอนนี้อายุ 30 แล้ว ก็คิดว่าอยู่กับซีเกมส์มานานแล้ว ก็คิดว่าน่าพอแล้ว มองว่าซีเกมส์จะทำให้น้องๆสามารถขึ้นมาได้ ต่อให้มีหรือไม่มีเมย์ น้องๆก็มีความแข็งแรงอยู่แล้วในประเภททีม และหญิงเดี่ยวก็ไม่ห่วงอยู่แล้ว มองว่าทุกคนมีประสบการณ์มากขึ้นในระยะเวลาในครั้งต่อไป ใน1-2ปี น้องๆก็น่าจะมีประสบการณ์มากขึ้นค่ะ”
“คิดว่าในปีที่ผ่านมาฟอร์มไม่ค่อยต่างกับต้นปีเท่าไร แต่อาจจะเกี่ยวกับความรู้สึกที่อาจจะดูดีขึ้นทุกคนเลยมองว่าเมย์มีฟอร์มที่ดีขึ้น ก็อยากพยายามเก็บโมเมนต์นี้เอาไว้ให้ดีที่สุด และเอ็นจอยกับแบดมินตันเพราะว่าเป้าหมายของตัวเองแค่ ปีนี้ หรือปีหน้า เอเชียนเกมส์ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมาย ไม่อยากไปมองถึงโอลิมปิก เอาแค่ดูแลร่างกายตัวเองให้ดี ในซีเกมส์ครั้งนี้ก็จะเล่นประเภททีม ส่วนประเภทบุคคลก็ตัดสินใจที่จะลงเล่น ก่อนเดินทางไปเวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์”
“คิดว่าในปีนี้เป็นปีที่ถ้ามองเทียบกับหลายๆปีค่อนข้างยากค่ะ อย่าง มาริสกา ตุนจุง (อินโดนีเซีย) ตอนแรกเขาไม่ได้เข้าร่วม แต่ว่าเขาบอกหลังจบ คุมาโมโต เขาก็บอกว่าจะมา ก็ตกใจ ทีมอินโดเป็นทีมที่ค่อนข้างแข็งแน่นอน สิงคโปร์ และเวียดนามก็ไม่สามารถประมาทได้ ทุกทีมให้ความสำคัญ เราก็ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุดในส่วนประเภททีม ส่วนบุคคลก็มีแพ้มีชนะกับมือหนึ่งของเขา ดังนั้นก็พยายามโฟกัสกับตัวเองให้มากที่สุด และก็จะพยายามคว้าเหรียญทองในประเภทบุคคลให้ได้เพราะเป็นปีสุดท้าย”