หลังจากที่ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) นำโดย ดันกา เออร์เบโกว่า หนึ่งในสมาชิกไอโอซี เดินทางมาตรวจสนาม และความพร้อมด้านต่างๆ ของประเทศไทยในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา ยูธ โอลิมปิกเกมส์ 2030 ในกรุงเทพ, ชลบุรี เป็นเวลา 2 วันระหว่าง 28-29 เม.ย.
ล่าสุดเมื่อ 30 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ผศ. พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดันกา เฮอร์เบโกว่า สมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ร่วมกันแถลงข่าวสรุปการสำรวจสนามดังกล่าว โดย คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) เพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย.
ดันกา ไอโอซีเมมเบอร์ ระบุว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เราได้เห็นความตั้งใจ ความตื่นตัว และความทะเยอทะยานในการเสนอตัว เราได้เห็นถึงความตั้งใจ จาก หน่วยงานด้านกีฬา และ ทีมงานของโอลิมปิคไทย ในการจัดงานระดับโลกนี้ เราได้เห็นศักยภาพของ กทม. และชลบุรี ซึ่งสนามอยู่ในมาตรฐานที่ีค่อนข้างสูง ศูนย์ฝึกซ้อม รวมทั้งบรรยากาศของผู้คนที่น่าจะทำให้การจัดการแข่งขันได้ดี และเชื่อว่า การแข่งขันนี้จะทำสร้างแรงบันดาลใจส่งต่อไปไม่เพียง เยาวชนของประเทศนี้ แต่รวมทั้งในภูมมิภาคนี้ด้วย จากนี้เราจะนำข้อมูลต่างๆเสนอต่อ ไอโอซี และเข้าสู่การดำเนินนการขั้นตอนต่อไป เพื่อเข้าสู่การพิจารณาในเดือน มิ.ย. ที่สวิตเซอร์แลนด์ ต่อไป
ภายหลังการแถลงข่าวดันกาไอโอซีเมมเบอร์ได้ตอบข้อถามในประเด็นหนังสือรับรองจากรัฐบาลไทยซึ่งรัฐบาลอนุทินยังไม่ได้รับรองเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากเราได้พูดคุยกับสุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุลรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาในการรับประทานอาหารร่วมกันเรารับรู้ถึงการสนับสนุนจากภาครัฐในส่วนของหนังสือรับรองการสนับสนุนน่าจะต้องเร็วที่สุดภายใน 2 สัปดาห์เพื่อที่จะส่งมอบข้อมูล พร้อมรายงานให้ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ต่อไป ตามกรอบเวลา
พร้อมกันนี้ ไอโอซี เมมเบอร์ ยังทิ้งท้ายว่า “ถ้าถามว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าอยากมาประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ยูธ โอลิมปิกเกมส์ หรือไม่นั้น ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม และอยากจะกลับมาเสมอ”