รมต.กีฬา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เผยเหตุจำเป็นที่ต้องขอถอนตัวเสนอจัดยูธโอลิมปิกเพราะต้องคำนึงค่าใช้จ่าย พร้อมแนะกองทุนกีฬาจัดสรรงบเท่าเทียมทุกสมาคม
จากกรณีที่รัฐบาลไทยจะไม่ส่งหนังสือรับรองการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 เนื่องจากเห็นว่าใช้งบประมาณในการจัดที่สูงมากเกินไป
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่าเหตุที่รัฐบาลต้องขอถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกนั้นเนื่้องจากมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงภาวะสงครามทำให้ทุกอย่างเอาแน่นอนอะไรไม่ได้
“อย่างที่เราทราบกันนี้ว่ารัฐบาลกำลังทำร่างพรก.กู้เงินนั่นหมายความว่าตอนนี้ประเทศไทยเรายังไม่มีเงิน และด้วยสภาพเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงภาวะไม่แน่นอนในโลก ทำให้ทุกอย่างราคาสูงขึ้น การจัดยูธโอลิมปิกงบประมาณที่ตั้งเอาไว้ 5,400 ล้านบาท เมื่อถึงเวลาอาจต้องใช้มากกว่านี้ ยังไม่รวมเรื่องเงินเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬา การก่อสร้างสถานที่เพิ่มเติมไม่รู้จะจบอีกกี่พันล้าน”
“เมื่อก่อนไอโอซี (คณะกรรมการโอลิมปิกสากล) จะให้การสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับชาติเจ้าภาพ แต่ว่าครั้งนี้ไอโอซีไม่ช่วยแล้ว นั่นหมายความเจ้าภาพต้องใช้เงินของตัวเองทั้งหมด ในฐานะรัฐมนตรีกีฬาไม่ว่าอีเวนต์ใหญ่แค่ไหน ไม่มีใครไม่อยากจัด เพราะจัดแล้วได้หน้า แต่เงินที่จะเอาจัดตรงนั้นไม่ใช่เงินของรัฐมนตรี”
“เราต้องคำนวณว่าเมื่อจัดแล้วจะคุ้มกับเงินที่ลงไปหรือไม่ อย่างที่บอกว่าตอนนี้เรากำลังจะกู้เงิน นั่นหมายความว่าเราไม่มีเงิน เมื่อประเมินความเสี่ยงตรงนี้แล้วทางรัฐบาลจึงตัดสินใจว่าเราต้องรอบคอบกว่าและมีความพร้อมมากกว่า”
พร้อมกันนั้น รมต.กีฬา ยังกำชับไปยังกองทุนพัฒนาการกีฬาชาติ (NSDF) ด้วยว่าอยากให้บริหารเงินกองทุนให้รอบคอบ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายให้กับสมาคมกีฬาต่างๆ ต้องให้เท่าเทียมและทั่วถึง นอกจากนี้ยังชื่นชมด้วยว่าโครงการโอนเงินตรงให้นักกีฬาถือเป็นแนวทางที่ดี
“ตอนที่ได้เห็นรอยยิ้มของนักกีฬาเมื่อเป็นเลขเงินอัดฉีดเข้าบัญชีทุกคนมีความสุข พลอยทำให้ผมมีความตามไปด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่้องดีมากเป็นขวัญกำลังใจให้นักกีฬาทีมชาติไทย และผมอยากจะฝากไปถึงกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติว่าเรื่องงบประมาณอยากให้เกลี่ยให้ทั่วถึงทุกสมาคม และเท่าเทียม ไม่อยากให้มีสมาคมกีฬาไหนต้องออกมาบ่นว่าเบิกเงินจากกองทุนแล้วไม่ได้หรือรอนาน”