ฟีฟ่า ยังใจแข็ง ไม่ยอมลดราคาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ให้ประเทศไทย ยืนยันราคา 1,300 ล้านบาท หลังจาก JAS ยื่นเสนอราคาเท่าเวียดนาม
ความคืบหน้ากรณียังไม่มีความชัดเจนเรื่องของการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม ในส่วนของประเทศไทยที่ยังไม่มีการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งแฟนบอลที่เฝ้ารอชมฟุตบอลโลกต่างให้ความสนใจประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่า
หลังจากที่ฝ่ายรัฐบาลตัดสินใจไม่เดินหน้าซื้อลิขสิทธิ์เนื่องจากมีแฟนบอลอีกซีกหนึ่งคัดค้านในการนำภาษีประชาชนไปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด จึงทำให้รัฐบาลพับแผนดังกล่าวไป ทำให้ในภาคเอกชนขับเคี่ยวแข่งขันกันเปิดโต๊ะเจรจากับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยระบุว่า ภาคเอกชน 2 รายที่เจรจากับฟีฟ่าคือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ส่วนอีกรายคือ ทรูวิชั่นส์ นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน มีรายงานว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ทรูวิชั่นส์ ตัดสินใจยุติการเจรจากับฟีฟ่าเนื่องจากค่าลิขสิทธิ์ที่ฟีฟ่าตั้งไว้เพื่อขายให้กับประเทศไทยนั้นแพงเกินไป ทำให้เหลือเพียง JAS เท่านั้นที่ยังคงเดินหน้าปิดดีลซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชมกัน แต่ตามรายงาน ระบุอีกว่า การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ของไทยอาจจะไม่ใช่รูปแบบ “ดูฟรี” เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ผู้ที่จะรับชมจะต้องเสียค่าบริการ
ขณะที่นายโสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยกับอินโฟเควสท์ว่า JAS อยู่ระหว่างเจรจาต่อรองค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกกับทางฟีฟ่า ซึ่งทางฟีฟ่ายังยืนกรานราคาที่ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท แต่ JAS มองว่าเป็นราคาที่สูงเกินไป ขณะที่เวียดนามจ่ายเพียง 15 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยทาง JAS ต้องการราคาใกล้กับที่เวียดนามจ่าย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายิ่งใกล้วันแข่งขันฟุตบอลโลกที่จะเริ่มชึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน ยิ่งเจรจายาก และหากต่อรองราคาไม่ได้จริงๆ ก็ต้องยอมปล่อยไป เพราะหากเป็นราคาที่ทางฟีฟ่ากำหนดฝืนเอามาก็ขาดทุน แต่ถ้า JAS ไม่ได้ลิขสิทธิ์มาก็เชื่อว่า จะกระทบต่อสมาชิกที่รับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เพราะผู้ที่ต้องการหาดูช่องทางธรรมชาติก็จะไม่จ่ายอยู่ดี
นายโสรัชย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ปีแรกที่ผ่านมามียอดผู้สมัครเป็นสมาชิกราว 1.6 ล้านคน คาดว่าปีที่สองจะทำการตลาดเพื่อดึงสมาชิกเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มองกรณีที่จำนวนสมาชิกพรีเมียร์ลีก ทรงตัวที่ 1.6 ล้านคน JAS พออยู่ได้ แม้ว่าจะไม่ได้กำไรมหาศาลก็ตาม