ทัพนักเตะเกาหลีใต้ แสดงจุดยืนร่วมกันในการงดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนของเกาหลีใต้เอง หลังมีคลิปเสียงจากสถานทีโทรทัศน์ JTBC ด้อยค่า ซน ฮึง มิน กองหน้าคนสำคัญเรื่องการเกณฑ์ทหาร

คลิปการซ้อมของทีมชาติเกาหลีใต้มีเสียงของผู้สื่อข่าวรายหนึ่งหลุดเข้าไปในทำนองว่าท่าทีของ วิ่งของ ซน ฮึงมิน เหมือนเป็นผู้บังคับหมวดแต่เจ้าตัวกลับไม่ได้เกณฑ์ทหารด้วยซ้ำ โดยไม่รู้เลยว่า กล้องบันทึกเสียงดังกล่าวเล็ดรอดออกอากาศไปด้วย

“ทำไมเขาวิ่งเหมือนเป็นคนนำแถวหมวดทหารแบบนั้นล่ะ? นึกว่าตัวเองอยู่ในกองทัพหรือไง?” ก่อนที่อึกคนจะเสริมว่า “เขายังไม่เคยผ่านการเกณฑ์ทหารด้วยซ้ำ XXX พวกนี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกองทัพหรอก”

ทั้งที่ ซน และนักเตะเกาหลีใต้หลายคนได้รับการยกเว้นเนื่องจากพาทีมชาติเกาหลีใต้คว้าเหรียญทอง ฟุตบอล ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ปี 2018 และซน เองก็เคยเข้ารับการฝึกทหารขั้นพื้นฐานเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ที่ศูนย์ฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองพลที่ 9 ที่เกาะเชจู ในช่วงที่เขายังค้าแข้งกับสเปอร์ส ซึ่งใช้ช่วงเวลาว่างเดินทางกลับมาปฏิบัติภารกิจที่บ้านเกิด

นอกจากนั้น ซน ฮึง-มิน ยังทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครรับใช้สังคมจนครบตามกำหนด (544 ชั่วโมง) ก่อนจะปลดประจำการและเสร็จสิ้นพันธะทุกอย่างในปี 2023

ทำให้แฟนบอลแสดงความไม่พอใจต่อนักข่าวและต้นสังกัด เพราะเป็นการไม่ให้เกียรตินักเตะที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศอย่าง ซน ฮึง-มิน

ประเด็นดังกล่าวทำให้สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ออกมาเทคแอคชั่นโดยเริ่มต้นจากการงดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่บินมาทำข่าว ก่อนจะมีการจัดระเบียบการสัมภาษณ์ในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น

“สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ เสียใจอย่างสุดซึ้งต่อคำพูดที่ไม่เหมาะสมของสื่อมวลชนบางส่วน ระหว่างการฝึกซ้อมของทีม ที่แคมป์ฝึกซ้อมเมืองกัวดาลาฮารา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ด้วยความรับผิดชอบในการเป็นตัวแทนของทีมชาติเกาหลีใต้ในฟุตบอลโลก เหล่านักเตะกำลังทำอย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนการสนับสนุนและความคาดหวังของแฟนบอล

“การรั่วไหลของบทสนทนาที่ไม่เหมาะสมระหว่างนักข่าวบางคนในแคมป์ฝึกซ้อมเมื่อเร็ว ๆ นี้ สร้างความตกใจและผิดหวังอย่างมากให้กับทีม สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ เคารพการรายงานข่าวและบทบาทของสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม การรายงานข่าวในสถานที่จริง ต้องดำเนินการบนพื้นฐานของความเคารพและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การเคารพและปกป้องนักเตะต้องมาก่อนเสมอ เหตุนี้ สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ จึงขอให้สื่อและนักข่าวแสดงความรับผิดชอบต่อทีมชาติและผู้เล่นให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน