ฟุตบอลโลก 2026 มาถึงนัดสุดท้ายของรอบแรกกันแล้ว ซึ่งวันนี้จะเริ่มเห็นภาพทีมในรอบ 32 ทีมสุดท้ายกันแล้ว
ก่อนจะถึงตรงนั้น เรามาดูการระเบียบการแข่งขันที่จะวัดเอาว่าทีมไหนที่จะเข้ารอบในแต่ละกลุ่มอย่างไรกันก่อน
ฟุตบอลโลกหนนี้จะนับ Head-to-Head (ผลการแข่งขันระหว่างทีมที่แต้มเท่ากัน) มาเป็นอันดับแรก แทนที่จะใช้อัตราส่วนต่างประตูได้-เสีย (Overall Goal Difference) เหมือนฟุตบอลโลกหนก่อนๆ
สรุปเงื่อนไขและลำดับการตัดสิน หากมีทีมแต้มเท่ากันในรอบแบ่งกลุ่ม
ดังนี้
1. มินิลีกระหว่างทีมที่แต้มเท่ากัน (Head-to-Head)
หากมี 2 ทีมหรือมากกว่านั้นแต้มเท่ากัน จะนำผลการแข่งขันเฉพาะนัดที่ทีมเหล่านั้นเจอกันเองมาคิดก่อน โดยพิจารณาตามลำดับ:
- คะแนนสะสม ที่ได้จากการเจอกันเอง
- ผลต่างประตูได้-เสีย จากการเจอกันเอง
- จำนวนประตูที่ทำได้ จากการเจอกันเอง
2. ผลการแข่งขันภาพรวมในกลุ่ม (Overall Group Stage)
หากผ่านเกณฑ์ข้างต้นแล้วยังเท่ากันอยู่ (เช่น แมตช์ที่เจอกันเองเสมอกัน) จึงจะขยับมาดูผลงานรวมในกลุ่มทั้งหมด 3 นัด:
- ผลต่างประตูได้-เสียรวม ในทุกแมตช์ของกลุ่ม
- จำนวนประตูที่ทำได้รวม ในทุกแมตช์ของกลุ่ม
3. เกณฑ์ความประพฤติและอันดับโลก (Fair Play & Ranking)
หากยังคงเสมอกันทุกอย่างอีก จะใช้เกณฑ์สุดท้ายในการตัดสิน:
- คะแนนทางวินัย (Team Conduct Score / Fair Play) ทีมที่โดนใบเหลือง-ใบแดงน้อยกว่าจะได้สิทธิ์ (คิดคะแนนติดลบ: ใบเหลือง -1, ใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง -3, ใบแดงโดยตรง -4, ใบเหลืองตามด้วยใบแดงโดยตรง -5)
JudgeMate - อันดับโลกฟีฟ่า (FIFA World Ranking) ล่าสุดก่อนทัวร์นาเมนต์
แต่สำหรับการจัดอันดับเพื่อหาทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 8 จาก 12 กลุ่มเพื่อเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย จะไม่นำเกณฑ์ Head-to-Head มาคิด (เพราะทีมอันดับ 3 จากคนละกลุ่มไม่ได้เจอกันเอง) โดยจะข้ามไปเปิดวัดกันด้วย คะแนนรวม, ผลต่างประตูได้–เสียรวม, และประตูได้รวมของแต่ละทีมแทน