อังกฤษ แม้ว่าจะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำก่อนในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่ว่าหันมาเน้นเกมรับมากเกินไป สุดท้ายโดนอาร์เจนตินากลับเป็นฝ่ายไล่แซงผ่านเข้าชิงบอลโลก

ฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศคู่สุดท้าย เมื่อ 16 ก.ค. ที่เมอร์เซเดสเบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา “สิงโตคำราม”อังกฤษ ลงสนามพบ “ฟ้า-ขาว”อาร์เจนตินา โดยรอบ 8 ทีมสุดท้ายอังกฤษเฉือนชนะนอร์เวย์ 2-1 ส่วนอาร์เจนตินาเล่น 120 นาทีก่อนเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ 2-1

แมตช์นี้ โธมัส ทูเคิล กุนซือทัพสิงโตคำรามใช้แผน 4-2-3-2 โดย จอร์แดน พิกฟอร์ด, รีซ เจมส์, จอห์น สโตนส์, มาร์ก เกอี, เจด สเปนซ์, เดแคลน ไรซ์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน, มอร์แกน โรเจอร์ส, แอนโธนี กอร์ดอน และ แฮร์รี เคน ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง

ขณะที่อาร์เจนตินาภายใต้การคุมทัพของ ลิโอเนล สกาโลนี เลือกเล่นระบบ 4-1-4-1 ซึ่ง 11 ผู้เล่นคนแรกประกอบด้วย เอมิเลียโน มาร์ติเนซ, นาอูเอล โมลินา, คริสเตียน โรเมโร, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, นิโกลาส ตายาฟิโก, เลอันโดร ปาเรเดส, จูเลียโน ซิเมโอเน, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ, อเล็กซิส แม็กอัลลิสเตอร์, ฮูเลียน อัลวาเรซ และ ลิโอเนล เมสซี

ครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างพยายามสร้างเกมบุกของตัวเองแต่ไม่กล้าเปิดแลกมากนัก โดยอาร์เจนตินามีการครอบครองบอลมากกว่าเล็กน้อย ขณะที่โอกาสลุ้นทำประตูอังกฤษมีเพียงครั้งเดียวส่วยอาร์เจนตินามี 2 ครั้ง แต่ว่ายังไม่มีทีมใดยิงตรงกรอบแม้แต่หนเดียว

ครึ่งหลังต่างฝ่ายต่างสร้างเกมของตัวเองแต่ว่านาที 55 มอร์แกน โรเจอร์ส จ่ายให้ แอนโธนี กอร์ดอน ได้ยิงจ่อๆ หน้าปากประตูส่งทัพสิงโตคำรามขึ้นนำก่อน 1-0

หลังจากเสียประตูอาร์เจนตินาโหมเกมบุกอย่างหนักและแม้ว่าจะครองบอลมากกว่ามีโอกาสจบสกอร์หลายครั้งแต่ว่ายังไม่ผ่านมือ จอร์แดน พิกฟอร์ด ผู้รักษาประตูรวมถึงกองหลังอังกฤษที่ช่วยป้องกันได้อย่างเหนียวแน่น กระทั่งนาที 85 เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ยิงไกลให้ทัพฟ้า-ขาวตามตีเสมอ 1-1

เกมทำท่าจะต้องลุ้นกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ว่านาที 90+2 เลาตาโร มาร์ติเนซ กองหน้าตัวสำรองที่ลงมาใหม่ได้โหม่งหน้าปากประตูส่งบอลตุงตาข่ายส่งอาร์เจนตินากลับมานำ 2-1 และเป็นฝ่ายเฉือนชนะในที่สุด

สำหรับ อาร์เจนตินา จะเข้าไปชิงแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 พบกับสเปนวันที่ 20 ก.ค. เวลา 02.00 น. ที่เม็ตไลฟ์ สเตเดียม นิวยอร์ก รัฐนิว เจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน