ปิ่นภัค เชียงสวน ดาวรุ่งเสือภูเขาไทยผลงานเจ๋งที่มาเลเซีย – เสธ.หมึก ชื่นชมนักปั่นสายเลือดใหม่อนาคตไกล
“ปิ่นภัค เชียงสวน” นักปั่นเสือภูเขาดาวรุ่งทีมชาติไทย โชว์ฟอร์มสุดแกร่งคว้าเหรียญเงิน รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง ศึก “ซีออล อินเตอร์เนชั่นแนล เมาเท่นไบค์ ชาลเลนจ์ 2026” ที่มาเลเซีย เก็บคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028 ขณะที่ทัพเสือภูเขาไทยกวาดรวม 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ด้าน “เสธ.หมึก” ชื่นชม “ปิ่นภัค” เป็นนักปั่นสายเลือดใหม่ที่น่าจับตา แต่ต้องเพิ่มประสบการณ์เพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของเอเชีย
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ได้ส่งนักกีฬาจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทยชุดเตรียมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เดินทางไปแข่งขันจักรยานเสือภูเขานานาชาติรายการ “ซีออล อินเตอร์เนชั่นแนล เมาเท่นไบค์ ชาลเลนจ์ 2026” ที่เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับ “เอเชียน คอนติเนนตัล ซีรี่ส์ 2026” สูงกว่าระดับ C1 และมีการเก็บคะแนนสะสมอันดับโลกเพื่อลุ้นโควตาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
พลเอกเดชา กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ได้รับรายงานจาก มร.โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอเมริกันว่า นักกีฬาจักรยานทีมชาติไทยมีโปรแกรมลงแข่งขันรายการครอสคันทรี่ จำนวน 4 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นประชาชนชาย ส.ท.พูนศิริ ศิริมงคล, รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย นายพงศ์พีระ พงษ์อายุกูล, รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง น.ส.ปิ่นภัค เชียงสวน และ น.ส.พรพักตร์ ประโพธิ์ทัง และรุ่นมาสเตอร์ชาย จ.อ.เสรี เรืองศิริ
ผลการแข่งขันปรากฏว่า รุ่นมาสเตอร์ชาย (ระยะทาง 12.8 กม.) จ.อ.เสรี ประเดิมคว้าเหรียญทองมาครองสำเร็จ ด้วยเวลา 1.01.34 ชั่วโมง, ที่ 2 โมฮัมหมัด ซุกรี ทาฮีร์ นักปั่นเจ้าถิ่นจากทีม San Dragon เวลา 1.04.24 ชั่วโมง และที่ 3 เอฟฟานดี นอร์ รอสลี นักปั่นเจ้าถิ่นจากทีม AGPC เวลา 1.12.26 ชั่วโมง
รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง (ระยะทาง 16 กม.) เหรียญทองตกเป็นของ เอลเวีย ตรี วูรันดารี นักปั่นทีมชาติอินโดนีเซีย เจ้าของเหรียญเงินชิงแชมป์เอเชีย 2025 รายการครอสคันทรี่รีเลย์ จากทีม Bola 1000 Family ด้วยเวลา 1.27.20 ชั่วโมง ขณะที่ ปิ่นภัค เชียงสวน นักปั่นสาวดาวรุ่งของไทย คว้าเหรียญเงิน ด้วยเวลา 1.30.40 ชั่วโมง ส่วน พรพักตร์ ประโพธิ์ทัง ได้เหรียญทองแดง เวลา 1.37.50 ชั่วโมง
ในรุ่นประชาชนชาย (ระยะทาง 22.4 กม.) ส.ท.พูนศิริ ต้องลงชิงชัยกับนักปั่นจากเอเชียอีก 6 ประเทศ รวม 15 คน และไม่สามารถต้านความแข็งแกร่งของบรรดานักปั่นทีมชาติญี่ปุ่นและคาซัคสถานได้ ทำผลงานดีที่สุดด้วยอันดับ 7 ขณะที่รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย (ระยะทาง 19.2 กม.) พงศ์พีระ ต้องลงชิงชัยกับนักปั่นจำนวน 20 คนจาก 10 ประเทศ ปรากฏว่า พงศ์พีระได้อันดับ 11 ส่วนเหรียญทองเป็นของนักปั่นทีมชาติญี่ปุ่น
สรุปทีมเสือภูเขาของไทยคว้ามาได้ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ก่อนหน้านี้ทัพนักปั่นไทยคว้ามาแล้ว 1 เหรียญทองจาก “โตมร” ส.ท.พูนศิริ ศิริมงคล จากรายการครอสคันทรี่ อิลิมิเนเตอร์ ส่งผลให้ผลงานรวมของทีมไทยคว้ามาได้ทั้งหมด 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง
“ผลงานของนักปั่นทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้ถือว่าน่าพอใจ โดยเฉพาะนักกีฬาหญิงคือ ปิ่นภัค เชียงสวน ที่ถือว่าเป็นนักปั่นดาวรุ่งสายเลือดใหม่ของไทย แต่อาจจะต้องเสริมสร้างประสบการณ์อีกสักหน่อย เพราะเมื่อไปเจอนักปั่นระดับพระกาฬของอินโดนีเซีย เรายังสู้ความแข็งแกร่งเขาไม่ได้ ขณะที่นักปั่นชายยังต้องกลับมาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องอีกพอสมควร” พลเอกเดชา กล่าวทิ้งท้าย