ปฏิเสธไม่ได้ว่า กรุงเทพฯ คือศูนย์กลางเกือบทุกเรื่องในประเทศไทย ไม่เว้นแม้แต่ “ฟุตบอล” กรุงเทพและปริมณฑล มีสโมสรฟุตบอลอาชีพ ทั้งระดับไทยลีก 1 ไทยลีก 2 หรือ ไทยลีก 3 กระจุกตัวอยู่มากที่สุด แม้ปัจจุบันเกือบทุกจังหวัด จะมีทีมฟุตบอลอาชีพไม่ต่างจากกรุงเทพฯแล้วก็ตาม แต่จุดเริ่มต้นของนักฟุตบอลอาชีพมากกว่าครึ่ง คือการได้ลองนั่งรถทัวร์ หรือรถไฟจากชนบท เข้ามาตามความฝันในกรุงเทพฯ
สวนกุหลาบวิทยาลัย, เทพศิรินทร์, กรุงเทพคริสเตียน, อัสสัมชัญ, อัสสัมชัญธนบุรี, สุรศักดิ์มนตรี, ราชวินิตบางเขน, ปทุมคงคา, กีฬากรุงเทพมหานคร, วัดสุทธิวราราม, สารวิทยา, โพธินิมิตวิทยาคม หรือ ราชวินิตมัธยม
ชื่อสถาบันเหล่านี้มีแสงมากพอให้เหล่าผู้มีไฟฝันอยากเป็น “นักฟุตบอลอาชีพ” หิ้วสตั๊ดออกจากเซฟโซนที่บ้านเกิด เข้าเมืองหลวงมาลองสู้สักตั้ง
ลองคิดดู หากคุณสามารถคัดตัวเป็นนักฟุตบอลได้ที่กรุงเทพ ไม่ว่าจะสถาบันไหน สิ่งที่ตามมาคือ การอยู่ในระบบฟุตบอลของโรงเรียน เรียนฟรี มีหอพักให้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางบ้านไปได้มากโข จึงไม่แปลก ที่หลายคนเลือกจากบ้านเกิดมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ว่าแวดล้อมต่างจังหวัดไม่ดี แต่ที่ “กรุงเทพ” มีเวทีลูกหนังให้คุณแสดงมากกว่าที่ไหน ๆ ในประเทศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท 16 หรือ 18 ปี / ฟุตบอล 7 คนแชมป์กีฬา 7 สี / Coke Cup U17 หรือจะเป็น ศึกลูกหนังจตุรมิตร ทัวร์นาเมนต์ต่าง ๆ ต่างฟาดแข้งกันใน กทม. เกือบทั้งหมด (ยังไม่นับรายการยิบย่อยที่มีเกือบทุกเดือน) ทำให้นักฟุตบอลที่มาค้าแข้งในกรุงเทพ จึงมีเวทีให้แข่งขันอยู่ตลอด
เมื่อมีเวทีลูกหนัง ย่อมมีแมวมอง โค้ช เข้ามาส่องฟอร์มการเล่นของคุณ หากทำผลงานได้ดีก็สามารถต่อยอดไปยังระบบฟุตบอลอาชีพได้ในอนาคต บางคนใช้สิทธินักฟุตบอลระดับมัธยมเป็น “บัตรผ่าน” เพื่อเข้าไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยอีกที ในฐานะ “โควตานักกีฬา”
นักฟุตบอลทีมชาติชุดปัจจุบัน เราอาจเจอคนที่มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯเพียงไม่กี่คน แต่เหล่านักเตะที่เป็นแข้งจากต่างจังหวัดทั้งหลาย ต่างผ่านการศึกษา-เล่นฟุตบอลระดับเยาวชนจากสถาบันในกรุงเทพฯกันเกือบทั้งนั้น กรุงเทพฯจึงไม่ใช่เป็นเพียง “ศูนย์กลางฟุตบอล” หากแต่ยังเป็นเมืองแห่งโอกาสอีกด้วย ฟุตบอลกับคนกรุงเทพฯ ด้วยความที่เป็นกีฬายอดฮิตอันดับ 1 ของคนไทย ทำให้ฟุตบอลอยู่แทบทุกแห่งหนในเมืองหลวง
หากคุณจะเล่นเอง ขับรถไปไม่กี่กิโลก็เจอสนาม ทั้งสนามหญ้าเทียม สนามโรงเรียน สนามท้ายหมู่บ้าน หรือแม้แต่สนามชุมชน ทำให้คนไม่ได้แค่ “ดูบอล” แต่บางครั้งก็ลงไปแจมเล่นเองด้วย อีกทั้งฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นได้ตลอด ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมาย แค่รองเท้าสักคู่ กับลูกกลม ๆ มีลมข้างใน และใจที่รักเป็นพอ ส่วนพื้นที่ก็ไม่ใช่อุปสรรค อาจเป็นข้างถนน ในโรงเรียน ลานวัด ใต้ทางด่วน ที่ทำงาน หรือหน้าบ้าน ก็สามารถวิ่งไล่หวดกันได้ เสาประตูไม่ต้อง ใช้รองเท้าวางแทน ไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไร คุณไม่ต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพก็ได้ แค่เล่นเอาเหงื่อ ออกกำลังกาย เอ็นจอยกับเพื่อนสนุก ๆ ในวันว่าง สิ่งที่ตอบได้ดีอีกข้อคือ การมีสนามฟุตบอลหญ้าเทียม-หญ้าจริง ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดกระจายอยู่แทบทุกโซนของเมือง แม้ต้องเสียเงินกันหลักพันต่อครั้งที่ใช้บริการ แต่เพื่อแลกกับความสนุก-สุขภาพที่ดี หลายคนยอมจ่ายแบบไม่คิดมาก
หรือหากคุณจะเป็นกองเชียร์ ที่นี่มีฟุตบอลให้ดูแทบทุกระดับ ตั้งแต่ฟุตบอลเดินสาย ฟุตบอลชุมชนโรงงาน บริษัท หมู่บ้าน ทัวร์นาเมนต์สมัครเล่น ฟุตบอลโรงเรียน ฟุตบอลมหาวิทยาลัย ระดับลีกอาชีพ ไปจนถึงทีมชาติ
แม้แต่กระทั่งฟุตบอลต่างประเทศอย่าง “พรีเมียร์ลีก” ก็ยังมีอิทธิพลกับคนกรุงเทพฯ ร้านอาหาร สถานบันเทิง มีการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ มากมาย คืนไหนมีฟุตบอลบิ๊กแมตช์ ก็สามารถเรียกคนดูได้แน่นร้าน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเชียร์บอลในช่วงสุดสัปดาห์ ฟุตบอลสำหรับคนกรุงเทพฯ จึงเข้าถึงง่ายไม่ต่างจากร้านสะดวกซื้อ คุณจะเจอมันอยู่ตลอด แม้ต่อให้คุณจะไม่ชอบก็เถอะ เป็นเมืองที่มี “ระบบนิเวศฟุตบอล” อย่างครบวงจร