โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายไทย รุ่น 23 ปีล็อกเป้าเก็บ 6 แต้มรอบแรกเอเชียนเกมส์ รอลุ้นนักเตะครบช่วงฟีฟ่าเดย์

เมื่อ 7 ก.ย. ที่โรงแรม ธารา ปาร์ค รีโซลเทล ทีมชาติไทย รุ่นไม่เกิน 23 ปี เดินทางมารายงานตัวเพื่อเตรียมเก็บตัวฝึกซ้อมก่อนเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น การรายงานตัวครั้งนี้นำโดย “โค้ชวัง”ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมด้วยนักกีฬา ตามที่ถูกประกาศชื่อไปก่อนหน้านี้

โดยโค้ชวังกล่าวว่า “ความพร้อมตอนนี้น่าจะเกือบ 100% เพราะน้องชุดนี้เคยเข้าแคมป์ด้วยกันมาก่อนหน้านี้ และตอนนี้ลีกเพิ่งเปิด เรื่องความฟิตน่าจะพร้อม เพราะได้ปรีซีซั่นกับสโมสรมาก่อนหน้านี้ การขาดตัวหลักบางส่วนจะบอกว่าไม่ส่งผลคงเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่าง คคนะ คำยก และ เสกสรรค์ ราตรี ถือเป็นนักฟุตบอลที่มีความสามารถสูง ยิ่งในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี กับทีมชุดนี้เป็นตัวหลักมาโดยตลอด แต่เป็นเรื่องทีดี ที่น้องได้พัฒนา และได้ขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับน้องๆ หลายคนที่จะมาทดแทน และเชื่อว่าคนที่มาทดแทน ก็น่าจะทำผลงานได้ดี เพราะเราก็ได้ร่วมงาน หลายแคมป์แล้ว”

“ส่วนในเคสของ ยศกร บูรพา ต้องบอกว่าตอนแรกที่คุยกับสโมสร คืออาจจะไม่ได้ตัวน้องมาร่วมทีม เนื่องจากการแข่งขันไม่ได้อยู่ในช่วงฟีฟ่าเดย์ ซึ่งเราเข้าใจสโมสร และต้องหาทางออก และเมื่อได้คุยกัน ต้องยอมรับว่า ยศกรมีความสำคัญกับทั้งสโมสรและทีมชาติ เราเองมีเวลาน้อยในการมองหาคนใหม่ หรือคนที่ยังไม่เคยได้ร่วมแคมป์จะมีความเข้าใจน้อยด้วย เราเลยเลือกเก็บตัววันนี้ เกมแรกเราจะเตะในวันที่ 16 ก.ย. ต้องพูดคุย บริหารจัดการร่างกายของนักกีฬากับ 3 เกมในรอบแรก จะใช้น้องอย่างไร หรือใช้นักเตะคนอื่นๆ มาทำให้ทีมประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุดในรอบแรก เราต้องการผ่านรอบนี้ไปให้ได้ และในรอบหลังจากนั้นจะเป็นฟีฟ่าเดย์ แล้ว”

“เกมแรกกับคีร์กิซสถานถือเป็นเกมที่สำคัญมาก พยายามศึกษาเขา เป็นเรื่องที่ดี ฟีฟ่าเดย์เมื่อเดือนมิ.ย. เราได้อุ่นเครื่องกับเขา เราเก็บข้อมูลจากตรงนั้น และจะพยายามเก็บสามแต้มในแมตช์แรก นั่นคือเป้าหมายแรก เราต้องบริหารจัดการนักเตะทุกคนให้ได้ตั้งแต่แมตช์แรก และผ่านรอบแรกไปให้ได้ จนมาได้นักเตะครบในช่วงฟีฟ่าเดย์”

“สำหรับรอบแบ่งกลุ่ม เป้าหมายของเราคือการเก็บให้ได้ 6 คะแนน สองเกมแรกเรามองว่าถ้าเราทำได้ พอผ่านรอบแรกรอบสองเราจะได้นักเตะฟูลทีม เชื่อว่าตอนนั้นเกมกับญี่ปุ่นอาจจะโรเตชัน แต่ถ้าไม่เป็นตามแผน ต้องมีแผนสองในการบริหารจัดการกับนักเตะที่มีอยู่จนถึงตอนนั้น ความสมบูรณ์ของนักเตะมีมากน้อยขนาดไหน”

ขณะที่ เจะฮานาฟี มามะ กองหน้าทีมชาติไทย กล่าวว่า “ความพร้อมตอนนี้ก็ถือว่าค่อนข้างพร้อม เพราะกลับไปที่สโมสรก็ได้ซ้อมมาต่อเนื่อง การได้เล่นกับทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในอาเซียน คัพ ก็ทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นครับ ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างๆ จากพี่ๆในทีมชาติชุดใหญ่”

“ทีมชุดนี้อาจจะไม่ฟูลทีม แต่ผมเชื่อว่าคนที่มา จะสามารถทดแทนกันได้ ในมุมมองของผมทีมชุดนี้ ก็มีสไตล์การเล่นรับแล้วโต้ หรือการเปลี่ยนสถานการณ์ ก็เชื่อว่าโค้ชจะวางแทคติกไว้ รอบแรก ก็พยายามจะผ่านให้ได้ ในสองเกมแรก แมตช์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เจอญี่ปุ่น แม้จะค่อนข้างหนัก แต่เชื่อว่าเราจะผ่านไปได้”

“เกมแรกกับ คีร์กิซสถาน ก็หวังว่าจะเก็บสามแต้มให้ได้ ทีมชุดนี้จุดแข็งก็คือการเล่นร่วมกันเพราะผ่านหลายแคมป์มาด้วย ก็เชื่อว่าทีมของเราจะทำผลงานได้ดี สิ่งที่ต้องเร่งในทีมตอนนี้ก็คือการจูนกันให้ติด การสื่อสาร การร่วมเล่นภายในทีม ช่วงแรกอาจจะต้องปรับ แต่เราก็ต้องทำให้ดีขึ้นในทุกวัน เพื่อให้เราออกสตาร์ทเกมแรกให้ดี ก็ฝากขอกำลังใจพี่น้องชาวใต้ และชาวไทยทุกคน มาช่วยพวกผมให้เข้ารอบ”

สำหรับทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ ญี่ปุ่น, คีร์กิซสถาน และ ฮ่องกง จะลงสนามแรกพบกับคีร์กิซสถาน วันที่ 16 ก.ย. พบกับญี่ปุ่น วันที่ 20 ก.ย. และพบฮ่องกง วันที่ 23 ก.ย. โดยทีมแชมป์และรองแชมป์กลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน