สมาคมกีฬา สุดทน จี้ “ทรงศักดิ์” ให้สะสางปัญหาวงการกีฬา โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณหลังยื้อมานานกว่า 1 เดือน เผยโอลิมปิคไทย ขอนัดคุยแล้วแต่ยังเงียบ
ภายหลังจากที่ 27 สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมหารือกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เพื่อให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่อนุมัติให้แต่ละสมาคมในปีนี้ ซึ่งลดลงมากกว่า 1,300 ล้านบาท จนส่งผลกระทบต่อการเตรียมตัวแข่งขันรายการต่างๆ และส่งผลต่อเนื่องจนทำให้ไม่สามารถพัฒนานักกีฬา หรือจัดแข่งระดับประเทศเพื่อเฟ้นหานักกีฬามาร่วมทีมชาตินั้น
ล่าสุด “บิ๊กหม่อง”นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา นายกสมาคมกีฬาสควอชแห่งประเทศไทย เผยว่า เหตุผลที่มีการกำหนดมาตราการออกมาแบบนี้ เป็นเพราะทางผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แจ้งในที่ประชุมต่อหน้า นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ว่า เป็นนโยบายของประธานบอร์ดกกท. นั่นคือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลด้านกีฬา ที่ประชุมจึงตั้งข้อสังเกตร่วมกันว่า ถ้าหากวงการกีฬาของประเทศต้องหยุดชะงัก หรือนักกีฬาไทยทำผลงานได้ไม่ดีในอนาคต รองนายกฯ ทรงศักดิ์ ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้อนุมัตให้มีแนวทางปฏิบัติเช่นนี้
“บิ๊กหม่อง” ในฐานะรองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิค เผยต่อไปว่า ทางคณะกรรมการโอลิมปิคไทย ได้พยายามนัดหมายกับ รองนายกฯทรงศักดิ์ เพื่อคุยเรื่องปัญหาต่างๆ ในวงการกีฬามาพักใหญ่แล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบจากฝั่งรองนายกฯว่าจะสะดวกพูดคุยเพื่อสะสางปัญหาหลายเรื่องที่คาราคาซัง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ลดลงมื่อไหร่ ซึ่งก่อนหน้านี้ รองนายกฯทรงศักดิ์ เคยบอกว่าในช่วงเดือนส.ค. ตนเองติดภารกิจ ขอเวลาสัก 2 สัปดาห์ ซึ่งคือราวต้นเดือนก.ย. แล้วจะมาคุยด้วย แต่นี่ล่วงเลยมากว่า 3-4 สัปดาห์แล้ว ท่านยังไม่สะดวกคุยเสียที
สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ สมาคมกีฬาต่างๆ รู้สึกเคว้งคว้าง สิ้นหวัง และต่างคิดคล้ายกันว่าดูเหมือนรัฐบาลชุดนี้ จะไม่ได้ให้ความสำคัญกับวงการกีฬามากเท่าไหร่ และสนใจกิจกรรมอย่างการจัดวิ่งเทรล, สปาร์ตัน หรือ HYROX มากกว่า เพราะทุ่มงบประมาณให้ไปจัดกิจกรรมเหล่านี้หลายพันล้าน ทำให้ทางสมาคมกีฬาจึงอยากได้คำตอบที่ชัดเจนว่า รองนายกฯ ทรงศักดิ์ จะมีเวลาคุยกับคณะกรรมการโอลิมปิคเมื่อไหร่ เพราะถ้าหากจะรัฐบาลจะไปเน้นจัดกีฬาเหล่านั้น แทนการสนับสนุนงบประมาณเพื่อความเป็นเลิศ ควรบอกให้ชัดเจน ทางสมาคมกีฬาจะได้รับทราบตรงกันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ความสำคัญกับกีฬา จะได้ทำงานตามงบประมาณที่ได้เท่านั้น