มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.) จัด “กิจกรรมการแสดงและประกวดกีฬาไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษกิจ โครงการส่งเสริม สนับสนุนกีฬาไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ “TNSU Cultural Influence Thai Fighting Food & Festival ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–8 กันยายน 2569 ที่ สวนเฉลิมภัทรราชินี หอคอยบรรหาร–แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรเข้าร่วมชมกิจกรรมตลอดระยะเวลา 7 วัน รวมประมาณ 10,000 คน ส่งผลให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่จังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 3 ล้านบาท
สำหรับกีฬาที่จัดการแข่งขันในครั้งนี้ มีทั้งมวไทยและมวยสากล ซึ่งมีนักกีฬาจากวิทยาเขตต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเข้าร่วมแข่งขัน ท่ามกลางเสียงเชียร์จากประชาชนและนักท่องเที่ยว นักกีฬาแต่ละคู่ต่างแสดงทักษะ ความแข็งแกร่ง และศักยภาพจากการฝึกซ้อมอย่างเต็มความสามารถ
ผลการแข่งขัน กีฬามวยสากลสมัครเล่น รุ่นพินเวท (45 กก.หญิง)
อันดับ1 ธีภัทรชา สีสด (อ่างทอง), ไลท์ฟลายเวท (48 กก.หญิง) อันดับ 1พรปวีณ์ ศรีชัย (กระบี่), ฟลายเวท (51 กก.หญิง) อันดับ 1.เกวลิน นรสิงห์(ศรีสะเกษ), ไลท์เวท (60 กก.หญิง) อันดับ 1. ปทุมพร จันทร์ส่อง (ศรีสะเกษ)
ฟลายเวท (51กก.ชาย) อันดับ 1.มุฮัยมิน บิลดาโอะ(กระบี่),แบนตั้มเวท (54 กก.ชาย) อันดับ 1.วชิรวิทย์ บุญกุศล (ศรีสะเกษ),เฟเธอร์เวท (57 กก.ชาย) อันดับ 1.ปิติพงค์ คำทอง(กรุงเทพ),ไลท์เวท ( 60กก.ชาย)อันดับ 1 ณัชพล จารุจารี (ชุมพร), ไลท์เวลเตอร์เวท (63.5 กก.ขาย)อันดับ 1.พงศ์สิทธิ์ ดียิ่ง (อ่างทอง), เวลเตอร์เวท (67 กก.) อันดับ 1. ไชยวัฒน์ พานทอง (ชลบุรี),ไลท์มิดเดิลเวท (71กก.ชาย) อันดับ 1.ณัฐพล พรมศรี (อุดรธานี),มิดเดิลเวท (75 กก.ชาย)อันดับ 1. ป้อมเพชร สุขสบาย (กระบี่), ไลท์เฮฟวี่เวท (81 กกชาย) อันดับ 1. มูฮัมหมัดอาลีมีน อาแว (ยะลา)
กีฬามวยไทยสมัครเล่น(ขึ้นทะเบียนรอบชิงชนะเลิศ) ไลท์ฟลายเวท (48 กก.หญิง)อันดับ1. กลิ่นผกา สมศรี (สุโขทัย), ฟลายเวท (51 กก.หญิง) อันดับ 1.ขวัญฤทัย ภูบุญปลูก (ชัยภูมิ), แบมตั้มเวท (54 กก.หญิง)อันดับ1. ธัญญาภรณ์ แตงอ่อน (อุดรธานี),เฟเธอร์เวท (57 กก.หญิง) อันดับ1. สุชัญญา วงศ์อยู่ (ชลบุรี),ไลท์เวท (60 กก.หญิง) อันดับ1.สุภาภรณ์ มงคลหมาย(เพชรบูรณ์), ไลท์เวลเตอร์เวท (63.5 กกหญิง) อันดับ 1.บวรรัตน์ จานจ๋า (เชียงใหม่)
ฟลายเวท (51 กก.ชาย) อันดับ 1.พัฒนา ศรีสวัสดิ์(อุดรธานี),แบนตั้มเวท (54 กก.ชาย) อันดับ 1.ธิติพล กุมภาพงส์ (ชัยภูมิ), เฟเธอร์เวท (57 กก.ชาย) อันดับ1.ยุทธภูมิ ขนุทอง (สุพรรณบุรี), ไลท์เวท (60 กก.ชาย) อันดับ 1. วุฒิชัย คงเดิม(กระบี่), ไลท์เวเตอร์เวท (63.5 กก.ชาย) อันดับ1.ธนาธิป เหมพิทักษ์ (กระบี่), เวลเตอร์เวท (67 กก.ชาย) อันดับ1. สุริยัน บุสดี (ชัยภูมิ),ไลท์มิดเดิลเวท (71 กก.ชาย) อันดับ 1.อริยะ กัญญาพันธ์ (อุดรธานี), มิดเดิลเวท (75 กก.ชาย) อันดับ 1.สิทธิศักดิ์ อ่อนแหวะ (ชัยภูมิ)
ผลประกวดการไหว้ครูและทักษะมวยไทย ประเภทคู่หญิง
อันดับ 1 เนตรนภา สีหาคำแท้ — กานต์พิชชา สรวงศิริ (วิทยาเขตกรุงเทพ),ประเภทคู่ชายอันดับ 1นายพิทยา ทิพย์ปราณี — นายณัฐวุฒิ ศรีปัญญา ( วิทยาเขตกรุงเทพ)
นอกจากแข่งขันมวยไทยและมวยสากลแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมการแข่งขันกระบี่กระบอง การสาธิตกีฬาไทย ศิลปะการต่อสู้ การละเล่นพื้นบ้าน และการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากทั้ง 4 ภูมิภาค ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญา ความงดงาม และเอกลักษณ์ของชาติไทย พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้คุณค่าของกีฬาไทยอย่างใกล้ชิด
ด้าน ผศ.ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาพลศึกษาเกมส์ ครั้งที่ 49 จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุพรรณบุรี รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ไม่เพียงมุ่งพัฒนานักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและค้นหานักกีฬาศักยภาพสูงเท่านั้น แต่ยังนำกีฬาและการละเล่นไทยมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการแข่งขันมวยไทย กระบี่กระบอง และกิจกรรมส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนนำสินค้ามาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้
ตลอดการจัดงาน 7 วัน ณ สวนเฉลิมภัทรราชินี มีประชาชน บุคลากร นักเรียน นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 10,000 คน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำรายได้เข้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 3 ล้านบาท ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแข่งขันกีฬา การแสดงมวยไทย กระบี่กระบอง และดนตรีจากหน่วยงานและสถานศึกษาในจังหวัด จึงได้รับความสนใจจากประชาชนทุกช่วงวัย และถือว่าการจัดงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
สำหรับกีฬาพลศึกษาเกมส์ ครั้งที่ 50 ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในปีหน้า มหาวิทยาลัยฯ วางแผนผสานแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมกีฬาเข้าด้วยกัน โดยเลือกจัดกิจกรรมในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมคงการแข่งขันกระบี่กระบองและมวยไทย เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่พื้นที่
ทั้งนี้ กีฬาพลศึกษาเกมส์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งกีฬาโอลิมปิก กีฬาและวัฒนธรรมไทย ตลอดจนธรรมเนียมประเพณี เช่น พิธีไหว้ครูกระบี่กระบอง ไหว้ครูมวยไทย และการเยี่ยมค่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันอนุรักษ์ไว้ พร้อมประสานความร่วมมือกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยในการเชื่อมโยงข้อมูลและสถิติ เพื่อพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการค้นหานักกีฬาหน้าใหม่ที่มีศักยภาพ และต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติในอนาคต