ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาตไทย ชุดใหญ่ ยืนยันไม่ประมาททุกชาติในศึกฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 แต่ขอจองถ้วยแชมป์กลับประเทศไทย
เมื่อ 25 ก.ย. ที่ศรีจาลัก ฮารุปัต สเตเดียม เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จัดการแถลงข่าวก่อนการแข่งขัน FIFA ASEAN CUP 2026 ระดับ Premier Division ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 26 ก.ย. – 5 ต.ค.
รายการดังกล่าว ฟุตบอลชายทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และ ปากีสถาน ซึ่งในรอบแบ่งกลุ่มจะแข่งขันแบบพบกันหมด เพื่อหาทีมแชมป์กลุ่ม เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ส่วนอันดับ 2 ของกลุ่ม จะต้องไปชิงชนะเลิศอันดับที่ 3 กับอีกสาย ต่อไป
แอนโธนี ฮัดสัน ผู้ฝึกสอนนทีมชาติไทย กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องขอยินดีต้อนรับทุกคน ผมดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่ ที่นี่เป็นเมืองที่สวยงาม พอมองออกไปเห็นพระจันทร์เต็มดวง ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดี การฝึกซ้อมเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อวานเรามีการซ้อมที่ดี และวันนี้เราจะทำอีกครั้ง ด้วยการเสริมรายละเอียดบางส่วน และทำให้นักเตะทุกคนพร้อมสำหรับเกมนี้”
“แน่นอนว่าในฐานะทีมงานโค้ช เราต้องมองไปที่การพัฒนาทีมระยะยาว ไม่ใช่แค่รายการนี้หรือรายการไหน แต่ต้องมองถึงทัวร์นาเมนต์ต่อๆ ไป อย่างเอเชียน คัพ หรือฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ด้วย นั่นคือส่วนหนึ่งในแผนงาน และเราคิดเสมอว่า เมื่อเรามาร่วมทัวร์นาเมนต์นี้แล้ว เราต้องทำเต็มที่ จริงจังกับมัน ผมกล้าพูดว่านี่คือขุมกำลังที่ดีที่สุดของเรา แม้จะขาดนักเตะบางรายไปจากอาการบาดเจ็บ”
“สิ่งสำคัญที่เราต้องโฟกัส คือเกมวันพรุ่งนี้ ผมเชื่อมั่นในทีมชุดนี้ เรามีกลุ่มนักเตะที่ดี มีเป้าหมายชัดเจนมากว่าเราต้องทำอะไร เราให้เกียรติคู่แข่งทุกชาติในทัวร์นาเมนต์นี้ มีทีมเก่งๆ หลายทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และแน่นอนว่าเกมวันพรุ่งนี้ไม่ใช่เกมที่ง่าย เราจะลงสนามไปด้วยการให้เกียรติคู่ต่อสู้ เราจะพยายามทำเต็มที่ และต้องออกสตาร์ทให้ได้ดี”
“ผมเคารพเวียดนาม และโค้ชของพวกเขามากๆ พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขามีนักเตะเก่งๆ หลายคน พวกเขามีสไตล์การเล่นที่ชัดเจน และทรงประสิทธิภาพ เป็นเกมที่เราตื่นเต้น และกระหายที่จะได้เล่น แต่ผมไม่อยากมองข้ามช็อต เพราะเรายังมีเกมที่รออยู่ในวันพรุ่งนี้ แต่แน่นอนว่า ทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา การจัดทีมของเราไม่ง่าย เพราะเป็นช่วงปรีซีซั่น เราโชคดีที่หลายสโมสรปล่อยตัวนักเตะมา แต่แน่นอนทีมมีดาวรุ่งหลายคน รวมถึง คคนะ คำยก ที่นั่งข้างผม ผมภูมิใจในตัวเขา ทั้งทัศนคติที่ใส่ลงไปในเกมและตลอดทัวร์นาเมนต์ รวมถึงวิธีการเล่นของพวกเขา สำหรับเกมที่จะเจอกับเวียดนามด้วยทีมชุดนี้ เราตั้งตารอเกมนี้เช่นกัน”
“ผมมองว่าจุดแข็งของเวียดนาม คือระบบทีม พวกเขามีระเบียบและวินัยสูงมาก มีแนทางการเล่นที่ชัดเจน และมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนจังหวะเกมที่แข็งแกร่งและรวดเร็ว มีร่างกายที่แข็งแร่ง ผมคิดว่านี่คือจุดแข็งของทีมเวียดนาม มากกว่าจะไปโฟกัสที่ใครคนใดคนหนึ่ง และผมคิดว่าทุกทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ รวมถึงทีมเรา ต่างต้องอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน คือการขาดนักเตะบางราย อย่างทีมเรามีนักเตะเจ็บที่ไทยถือว่าเสียดายมาก ที่เราต้องเสียโจนาธาร เข็มดี ไป เขาเป็นนักเตะคนสำคัญ และมีนิสัยที่ดีมาก ดังนั้นผมคิดว่าทุกทีมเจอสถานการณ์เดียวกัน ในการขาดนักเตะตัวหลัก แต่ถึงอย่างไรก็ตามเวียดนามก็ยังแข็งแกร่ง และถือเป็นหนึ่งในทีมเต็งของรายการนี้ แต่จากสองเกมล่าสุดที่เราเจอกัน เป็นเกมที่ดี และสู้กันได้สนุกมาก พวกเขาเล่นได้ดี และมีประสิทธิภาพ ผมมองว่าเป็นเกมที่ดีสำหรับเรา และพวกเขาคือคู่แข่งที่ยอดเยี่ยม ผมคิดว่าด้วยขุมกำลังของเราที่แข็งแกร่งขึ้น เกมนี้จะเป็นเกมที่สนุกสำหรับแฟนบอล อย่างที่บอกไปผมเคารพทีมงานโค้ชพวกเขา และเราตื่นเต้นกับเกมนี้มา”
“ผมได้คุยกับนักเตะไป เมื่อเช้านี้ว่าผมจะไม่พูดถึงเรื่องอื่นนอกจากเกมต่อไปเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาเรามัวแต่โฟกัสเวียดนามและประเด็นอื่นๆ ผมเลยว่าไปว่าตั้งแต่วันนี้เราเลิกพุดเรื่องพวกเขานั้น โฟกัสแต่เกมที่รออยู่ แต่แน่นอนว่าทุกเกมที่เราลงสนาม เราต้องการชัยชนะ เราต้องให้เกียรติคู่ต่อสู้ แต่เราต้องการเป็นผู้ชนะเช่นกัน ต้องรอดูในเกมว่าจะเป็นอย่างไร แล้วพอถึงแมตช์กับเวียดนาม เราต้องเตรียมทีมเพื่อเอาชนะให้ได้ และเชื่อว่าพวกเขาคงคิดแบบเดียวกัน”
“เราเองต้องการคว้าแชมป์รายการนี้ เราไม่ได้ดูถูกทีมอื่น และผมเชื่อว่าน่าจะมีสัก 3-4 ทีมที่มีเป้าหมายเดียวกับเรา ซึ่งเราเองมีเป้าหมายเดียว คือต้องการประสบความสำเร็จ และสำหรับเรา ความสำเร็จคือการคว้าแชมป์ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีทีมดีๆ หลายทีม ทั้ง เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ที่ทำผลงานได้ดีมาก รวมถึง ฟิลิปปินส์ เรารู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลย ผมมองว่ามี 4-5 ทีมที่มีโอกาสเป็นแชมป์ และเราเป็นหนึ่งในนั้น เราต้องการคว้าแชมป์”
“ผมมีประสบการณ์คุมหลายชาติก่อนมาทำงานกับไทย และได้ทำงานกับสโมสรในไทยมาก่อน แน่นอนว่ามีนักเตะบางรายในทีมที่เคยร่วมงานกัน และตอนนี้ได้ร่วมงานกันในทีมชาติ ดังนั้นผมจึงคุ้นเคยกับนักฟุตบอลชาไทยและวัฒนธรรมไทย พูดตามตรงว่านี่อาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มนักเตะที่ดีที่สุดที่ผมเคยร่วมงาน ผมรักทุกคนพวกเขาดีจริงๆ และรู้สึกดีที่ได้ร่วมงานด้วย ส่วนคุณภาพ พวกเขามีคุณภาพมากมายในทีม ทั้งทางเทคนิค และส่วนบุคคล และผมอยากบอกว่านี่คือครั้งแรกในการเป็นโค้ชของผม ที่รักในการทำงานกับผู้เล่นกลุ่มนี้”
ด้าน คคนะ คำยก กล่าวว่า “เราได้เก็บตัวฝึกซ้อมกันมาประมาณ 3-4 วัน แมตช์แรกในวันพรุ่งนี้ทุกคนพร้อมเต็มที่ ผมคิดว่าผู้เล่นชุดนี้ของทีมชาติไทยเป็นชุดที่ดีที่สุดและพร้อมที่จะเจอกับทุกทีม อันนี้เป็นรายการแรกของฟีฟ่าเรามองถึงการคว้าแชมป์ให้ได้ เพราะจะส่งผลต่อไปถึงเอเชียน คัพ หากเราได้แชมป์จะส่งผลเรื่องความมั่นใจได้มาก รายการนี้ถือเป็นการเตรียมทีมของเราเพื่อไปเอเชียน คัพ เรามองถึงการคว้าแชมป์ให้ได้”
“ผมมองว่าทุกๆ เกมจะเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากแฟนบอลชาวไทย เพราะแฟนบอลทุกคนคาดหวังในตัวเราและคาดหวังในตัวผู้เล่นทุกๆคนของทีมชาติไทยชุดนี้ เราต้องทำผลงานในทุกๆนัดให้ดี เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอลไทยกลับมา”
สำหรับทีมชาติไทย จะลงสนามนัดแรกพบปากีสถาน วันที่ 26 ก.ย. เวลา 16.00 น. นัดที่สองพบเวียดนาม วันที่ 29 ก.ย. เวลา 19.30 น. และนัดที่สามพบฟิลิปปินส์ วันที่ 2 ต.ค. เวลา 16.00 น. ทุกนัดเตะที่ศรีจาลัก ฮารุปัต สเตเดียม เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย