สื่อรายงานตระกูลเกลเซอร์เจ้าของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ปิดโอกาสในการขายหุ้นสโมสร “ปีศาจแดง” เพื่อทำกำไร
สำหรับตระกูลเกลเซอร์เข้ามาซื้อสโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2005 ด้วยมูลค่า 790 ล้านปอนด์ โดยเป็นการซื้อแบบใช้เงินกู้ซึ่งส่งผลให้สโมสรมีหนี้สินรวมสูงถึง 604 ล้านปอนด์ภายในปี 2006 และนำไปสู่การต่อต้านอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มแฟนบอล
ก่อนที่ในปี 2022 พวกเขาจะพิจารณาการลงทุนจากภายนอก ก่อนที่เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ จะเข้ามาซื้อหุ้นส่วนน้อยในปี 2024 โดยจ่ายเงินประมาณ 1.25 พันล้านปอนด์สำหรับหุ้น 27.7% และได้รับการควบคุมการดำเนินงานด้านฟุตบอล
อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง” ยังมีปัญหาเรื้อรังมาอย่างต่อเนื่องทั้งในสนามที่ผลงานของทีมไม่เป็นไปตามที่คาดหวังจนต้องแยกทางกับกุนซือหลายราย และยังเจอวิกฤตต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน เช่นเดียวกับเรื่องนอกสนามที่มีการปลดพนักงานจำนวนมากจากปัญหาหนี้สินสะสม
ล่าสุด “อีเอสพีเอ็น” เผยว่า ตระกูลเกลเซอร์ ไม่ปิดโอกาสในการขายหุ้นสโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อทำกำไร “แหล่งข่าวรายหนึ่งบอกกับ อีเอสพีเอ็น ว่าตระกูลเกลเซอร์กำลังรอจังหวะที่เหมาะสมที่จะขายหุ้นเพื่อรับเงินสด”
“ในขณะนี้ยังไม่มีตลาดสำหรับนักลงทุนที่สนใจซื้อทีมในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะทีมที่มีปัญหามากมายอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการอุทธรณ์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อคำตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาละเมิดกฎพรีเมียร์ลีก 114 จาก 115 คดี ทำให้ผู้ที่สนใจจะซื้อสโมสรน่าจะรอดูให้กระบวนการนี้สิ้นสุดลงเสียก่อน ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบจากการอุทธรณ์ของ แมนฯ ซิตี้ ทำให้การลงทุนในเวลานี้มีความเสี่ยงสูงขึ้น”