การแข่งขันฟันดาบ เอเชี่ยนเกมส์ ที่จาการ์ตา คอนเวนชั่น เมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ 20 ส.ค. ไฮไลต์อยู่ที่ประเภทเซเบอร์ บุคคลชาย รอบแรกกลุ่มเอ สรวิศ กิจศิริบุญ ที่ถูกจับให้ลงแข่งขันแทน เรืองฤทธิ์ แหเกิด ลงแข่งขัน 4 นัดเก็บชัยได้ 2 นัด ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 คน ก่อนจะพ่าย หวัง ฉี จากจีน 7-15 ตกรอบ ขณะที่วรกันต์ ศรีนวลนัด ลงในกลุ่มบี 4 นัด ชนะ 1 ต้องเข้าไปเล่นในรอบแก้ตัว แต่ก็พ่าย คาริม นูร์ซาน 13-15 ตกรอบ
ส่วนประเภทฟอยล์ บุคคลหญิงกลุ่มซี พลอยไพลิน ทองจำปา เก็บชัยได้เพียงนัดเดียว จาก 4 นัด ต้องเข้าไปเล่นในรอบแก้ตัว แต่ก็แพ้ คาตันตัน ซานแมนธา ไคล์ จากฟิลิปปินส์ 6-15 ตกรอบ ส่วน วกรณิการ์ สิริพรหมณกุล ลงแข่งในรอบแรกกลุ่มบี 5 นัดแพ้รวด ตกรอบเช่นกัน
ส่วนความคืบหน้ากรณีดราม่าในทัพฟันดาบไทย ชุดสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดย เรืองฤทธิ์ แหเกิด นักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย มือ 1 ในประเภทเซเบอร์โพสต์เฟซบุ๊กระบายความรู้สึกหลังถูกถอดรายชื่อออกจากการเล่นประเภทเดี่ยวก่อนหน้าที่จะลงแข่งขันในวันที่ 20 ส.ค.นี้ เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง โดยนายชัยณภนท์ อเนกเวียง ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมฟันดาบ ได้ใส่ชื่อของ สรวิศ กิจศิริบุญ ลงเล่นแทน
ล่าสุด “โอ๊ต” เรืองฤทธิ์ แหเกิด เผยว่า ตอนนี้เริ่มจะได้ยินเหตุผลที่ผู้จัดการทีมเปลี่ยนนักกีฬาแข่งขันแล้ว โดยคร่าวๆคือต้องการ ให้ น้องที่ลงไปแทนเก็บคะแนน เพื่อทำอันดับในการแข่งขันประเภททีม แต่ตนยังไม่หายคาใจ เพราะในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ นับคะแนน เวิลด์แร้งกิ้ง ไม่เกี่ยวกับเอเชี่ยนเกมส์
ขณะเฟซบุ๊คของสมาคมฟันดาบ ได้เข้ามาตอบกลับ โพสต์ของ เรืองฤทธิ์ ด้วยว่า
“ผมในฐานะเลขาธิการสมาคมกีฬาฟันดาบฯ ได้รับทราบเรื่องนี้แล้วทั้งสองทาง ขอชี้แจงในเบื้องต้นในเรื่องต่าง ๆที่เกิดขึ้นนี้ ผมเคารพการตัดสินใจของทั้งสองฝ่าย ทั้งทาง ผจก.ทีม และทางนักกีฬา เรื่องความเสียหายที่ออกไปแล้วทางสื่อโซเชียลคงแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ และเรื่องนี้เมื่อก้าวมาถึงตรงนี้แล้วคงเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ไปมากกว่านี้อีกเช่นกัน เรื่องนี้ผมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย บนพื้นฐานที่ถูกต้อง ขณะนี้ทีมชาติไทยของเรายังต้องแข่งขัน จนกว่าภาระนี้จะจบไป ขอเรียนว่าผมในฐานะผู้บริหารเข้าใจสถานการณ์และมิได้เพิกเฉย การไม่ได้ออกมาชี้แจงไม่ได้หมายถึงว่าเรื่องราวเป็นไปตามที่มีการโพสท์มาทั้งหมด ทางสมาคมฯยืนยันว่าเรื่อง ความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมนั้นจะถูกทำให้กระจ่างต่อสังคมหลังจากการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์จบลงทันที ผมไม่ได้กังวลต่อเรื่องที่เป็นจริงและความถูกต้อง แต่เนื่องจากกระบวนการต่าง ๆในระบบการแข่งขันเกินอำนาจที่จะเข้าไปดำเนินการ ณ ตอนนี้ นักกีฬาทั้งหมดนี้เป็นลูกหลาน เป็นเพื่อน เป็นลูกศิษย์ของพวกเราฉันท์ใด ก็เป็นของผมด้วยเช่นกัน ไม่มีใครได้ผลประโยชน์มากกว่าใครคนใดคนหนึ่ง ผมน้อมรับในทุกเรื่องที่ทุกท่านได้โพสท์ลงมา ผมก็เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากพวกเราครับ”