หลังจากผลฟุตบอลชาย เอเชี่ยนเกมส์ 2018 ในกลุ่มเอฟจบลงที่ เมียนมา ล้มยักษ์อย่าง อิหร่าน 2-0 และเกาหลีเหนือ ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 3-0 เนื้อเพลง “ปาฏิหาริย์” (ไม่มีจริง) ของ “พี่กบ” ทรงสิทธิ์ ก็แว่วดังมาแต่ไกลถึงแดนอิเหนา

เพราะนั่นหมายถึงการดับฝันและยัดเยียดตั๋วบินตรงจากกรุง จาการ์ตา ถึง กรุงเทพ ให้ “ช้างศึก” ที่ต้องการลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม ผ่านเข้าไปวาดลวดลายในรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างเวียดนาม

ไม่เพียงเท่านั้นครั้งนี้ยังถือเป็นการตกรอบแรกเอเชี่ยนเกมส์หนแรกในรอบ 24 ปี หลังจากเคยตกรอบแรกล่าสุดเมื่อปี 1994 ที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ไม่ผ่านรอบแรก หลังจากมีการกำหนดอายุเป็นรุ่น ยู-23 ปีอีกด้วย

ตอกย้ำให้เกิดการเปรียบเทียบ การน้อยใจ ที่สำคัญคือ ผลงาน “น้อยหน้า” เมื่อชาติเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เป็นรองไทยมาอย่าง เวียดนาม สามารถเอาชนะ ญี่ปุ่น ที่เป็นเป้าหมายของไทยมาตลอด พร้อมคว้าแชมป์กลุ่มดี แบบไร้มลทิน ไม่แพ้ และไม่เสียประตู รวมถึง มาเลเซีย ที่ล้ม เกาหลีใต้ ของ ซน เฮือง มิน แข้งระดับโลก และเมียนมา ที่โค่นยักษ์ใหญ่อย่างอิหร่าน ได้

มองย้อนที่ “ช้างศึก” ทำได้เพียง เสมอทีมที่คิดว่าจะเก็บ 3 แต้มแบบชัวร์ๆอย่าง บังคลาเทศ​ !!!

แน่นอนว่าเสียงสาปส่งผ่านการละเลงมือลงบนคีย์บอร์ดก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง แม้ไม่มีเสียงแต่มันดังชัดเจน และทวีความรุนแรงเรื่อยๆในโลกโซเชียล โดยมี “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือใหญ่, เจนรบ สำเภาดี ศูนย์หน้ากัปตันทีม, “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิกฯ รวมถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฯ เป็นจำเลย

แม้จะน่าเห็นใจ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ทีมชุดนี้ไม่สมบูรณ์นัก ไม่ว่าจะเรื่องอาการบาดเจ็บ โปรแกรมในลีก ระยะเวลาในการเตรียมทีม ซึ่งเมื่อมาประกอบกับรูปเกมตลอด 3 นัดที่ผ่านมา ช้างศึกพลังหนุ่ม ถือว่าทำเล่นกันได้ดีตามสภาพ แต่ในเมื่อบทสรุปคือ “ตกรอบ” ย่อมต้องถูกวิพากวิจารณ์เป็นธรรมดา ซึ่งผู้ที่ต้องรับผิดชอบก็คือผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวเพียงตอนนี้คือยอมรับความเจ็บปวดกันไปตามระเบียบ

จบเอเชี่ยนเกมส์คราวนี้ หลังจากเลียแผลใจจากกระแสโจมตีที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งแล้ว ไม่รู้ว่าอนาคตของ “โค้ชโย่ง” จะเป็นอย่างไร ทิศทางของฟุตบอลไทยจะไปทางไหนต่อ

สิ่งที่ควรต้องทำแน่ๆคือกลับมาประเมินถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น และแก้ไขไม่ให้เกิดหายนะแบบนี้อีก

เพราะฟุตบอลไม่ได้จบแค่เอเชี่ยนเกมส์ ปีหน้ายังมีซีเกมส์ ปรีโอลิมปิกเกมส์ รวมถึงฟุตบอลโลก ที่จะมัวมาพึ่งดวง หรือปาฏิหาริย์อย่างวันนี้ได้ที่ไหน

หากไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่ปรับปรุงแก้ไข หรือนำบทเรียนในครั้งนี้ตั้งแต่เริ่มเก็บตัวจนถึงจบทัวร์นาเมนต์ไปยกระดับตัวเอง

ต่อให้มีปาฏิหาริย์จากเทพองค์ใด ก็คงช่วยให้ช้างศึกประสบความสำเร็จไม่ได้ !!!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน