ในตอนแรกดูเหมือนว่า เหรียญทองที่ 7 ของทีมชาติไทย ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2018 จาการ์ตา- ปาเล็มบัง เกมส์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้เกิดขึ้นแล้วจากฝีมือของ พี่น้อย ประดิษฐ์ บุรี นักแข่งเจ็ตสกีรุ่นเก๋าวัย 45 ปี ที่ทำเพอเฟ็กต์เกม เก็บ 240 คะแนนเต็ม จากการเป็นแชมป์ทั้ง 4 โมโต ในการรุ่น รันอเบาท์ 1100 สต็อก

แต่แล้วเหมือนกับสวรรค์ยังต้องการให้เขาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง เพราะหลังจบการแข่งขันโมโต 4 เจ้าตัวได้ถูกฝ่ายจัดการแข่งขันตัดแต้ม เนื่องจากมองว่าเขาพลาดทุ่น แม้จะพยายามอธิบายอยู่ยกใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้ พี่น้อย ได้แค่เหรียญเงินในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้เท่านั้น ส่วนเหรียญทองตกไปเป็นของ อรรถพล คุณสา รุ่นน้องที่เดิมที่ได้อันดับ 2 แทน

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่อุปสรรคแรกของเขา เพราะกว่านักแข่งเจ็ตสกีจากมหาสารคามจะมาถึงจุดนี้ได้ “พี่น้อย” ต้องฝันฝ่าอุปสรรค์มากมาย แต่ด้วยความรักในกีฬาเจ็ตสกี จึงทำให้เขายังคงเป็นนักแข่งและยังไม่มีความคิดที่จะเลิกเล่น

ย้อนเวลกลับไปราว 24 ปี เจ้าของเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ 2018 เริ่มต้นจากการเป็นช่างซ่อมเครื่องยนตร์ และได้รับคำชวนจากพี่ชายที่เป็นช่างประจำทีมเจ็ตสกี ดึงให้เข้ามาช่วยเป็นลูกมือ

วันเวลาผ่านไป ประดิษฐ เริ่มผูกพันธ์กับกีฬาทางน้ำชนิดนี้มากขึ้น และมีโอกาสได้ลองขับเจ็ตสกีครั้งแรกด้วยการขับทดสอบหลังการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้นักแข่งในทีม

แต่ด้วยพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ภายใน “พี่น้อย” ได้รับโอกาสให้ทดลองขับแข่งขันจริงจากทีม และฉายแววออกมาจนได้ขยับจากหน้าที่ช่างซ่อม สู่การเป็นนักแข่ง

หลังคว้าโอกาสมาแล้ว “พี่น้อย” ไม่ยอมปล่อยมันให้สูญเปล่า เขามีความทุ่มเท และมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม รวมถึงรักษาสภาพร่างกายอย่างดีเยี่ยม จนสามารถสอยแชมป์โลกมาครองได้ เมื่อปี 2015 และได้รองแชมป์โลก ปี 2017

อย่างไรก็ตามวันนี้ “พี่น้อย” ได้เหรียญรางวัลในนามทีมชาติคล้องคอกลับบ้าน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นแค่เหรียญเงินแบบพลิกโผ แต่ต้องยอมรับว่าการเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกในทั้ง 4 โมโต ก็ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าเขาคืออีกหนึ่งสุดยอดนักแข่งเจ็ตสกีของไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน