การแข่งขันกีฬาบริดจ์ เอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่จาการ์ตาอินเตอร์เนชันแนล เอ็กซ์โป เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ทีมชาติไทยลงแข่งขันในประเภททีมผสม รอบชิงชนะเลิศ พบกับ จีน โดยขุนพลทีมผสม บริดจ์ไทย ประกอบด้วย คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นักกีฬาที่อายุมากที่สุดของไทยในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งนี้ ในวัย 74 ปี, ธฤตชลธร ชดช้อย, กนกพร เจนบรรจง, ธีรศักดิ์ จิตต์งามกุศล, สมชัย ใบสมุทร และ กฤษดายุทธ์ เปล่งทรัพย์

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ไทย แพ้ จีน 70-122.67

ทั้งนี้ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นักกีฬาบริดจ์ ประเภททีมผสม สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักกีฬาไทยอายุเยอะที่สุดที่คว้าเหรียญเอเชี่ยนเกมส์ได้ด้วยวัย 74 ปี 1 เดือน 26 วัน ขณะที่นักกีฬาไทยอายุเยอะที่สุดที่คว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ได้คือ “ปู่ตึ๊ก โคราช” มงคล กั้นฝากลาง นักกีฬาบิลเลียด ประเภทชายคู่ ที่จับคู่กับ “รมย์ สุรินทร์” ประพฤติ ชัยธนสกุล คว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2002 ด้วยวัยขณะนั้น 72 ปี

โดยหลังจบการแข่งขัน คุณหญิงชดช้อย เปิดเผยว่า “จริงๆ ไม่ได้คิดว่าตัวเองแก่ ดิฉันอยู่กับน้องๆและทีมบริดจ์ชุดนี้มาตลอดหลายนับสิบปี ตั้งแต่หลายคนยังเล่นระดับเยาวชน และไม่ได้คิดเรื่องอายุของนักกีฬาที่คว้าเหรียญเอเชี่ยนเกมส์ เริ่มแรกทีมเราตั้งใจจะผ่านเข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ การมาถึงตรงนี้ถือว่าเกินเป้าหมายที่วางไว้ เพราะก่อนหน้านี้ ที่ไปเล่นในรายการชิงแชมป์เอเชียเมื่อปีก่อนที่ประเทศอินเดีย เราไม่ได้เข้ารอบชิงด้วยซ้ำ เพราะเจอกับทีมแข็ง ซึ่งก็รู้สึกพอใจอย่างมากกับผลงานในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งคิดว่าที่เราทำได้เป็นเพราะเราได้ซ้อมกันมาเยอะตลอด ทำให้เข้าใจกันมากขึ้น เล่นกันได้ดีขึ้น จนประสบความสำเร็จ”

นอกจากนี้ คุณหญิงชดช้อยกล่าวในฐานะนายกสมาพันธ์บริดจ์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกถึงการผลักดันกีฬาบริดจ์ในมหกรรมกีฬาในอนาคตว่า “ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ประเทศจีน อีก 4 ปีข้างหน้า คิดว่าคงจะมีบริดจ์ชิงชัยแน่นอน เพราะว่ากีฬาบริดจ์ในจีนมีความแข็งแกร่งมาก จีนมีสโมสรเยอะมาก และมีนักกีฬาอาชีพเยอะมาก ส่วนซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในปีหน้านี้ เราได้คุยกับทางฟิลิปปินส์แล้ว”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน