เชียงราย ไม่หวั่นสถิติเป็นรองบุรีรัมย์ ประกาศป้องกันแชมป์เอฟเอคัพ

เชียงราย ไม่หวั่นสถิติเก่าเป็นรอง ย้ำชัดทีมยกระดับตัวเองต่อเนื่อง ประกาศขอถ้วยเอฟเอ คัพ ไว้ที่ภาคเหนือ ด้าน บันโดวิช กุนซือปราสาทสายฟ้า กร้าวบุรีรัมย์เต็มสูบขอลุ้นดับเบิ้ลแชมป์

เมื่อ 25 ต.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย นายสุรพล อุทินทุ ผอ.สำนักงานประสานงานภายนอก บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ร่วมเป็นประธานแถลงข่าวความพร้อมการแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2018 นัดชิงชนะเลิศ วันที่ 27 ต.ค. เวลา 19.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย ระหว่าง “กว่างโซ้งมหาภัย”สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์เก่า กับ “ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์โตโยต้า ไทยลีก 2018

การแถลงข่าวครั้งนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่ง โบซิดาร บันโดวิช หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ สุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีม เข้าร่วมงาน ส่วน เชียงราย ยูไนเต็ด ส่ง ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้อำนวยการสโมสร และ ธวัชชัย คำมุงคุณ แบ็คขวาดาวรุ่งมาร่วมงาน

โบซิดาร์ บันโดวิช หัวหน้าผู้ฝึกสอนบุรีรัมย์ กล่าวว่า “ฤดูกาลที่ผ่านมาค่อนข้างยาวนานเราประสบความสำเร็จในลีก เราทำงานอย่างหนักและเชื่อมั่นจนประสบความสำเร็จมา เราทำให้ดีที่สุดในแต่ละนัด และประสบความสำเร็จให้ได้แต่ละนัด เมื่อเราเชื่อมั่นเราจะไม่ผิดหวัง เราพิสูจน์มาแล้วหลายครั้งว่าเราข้ามขีดจำกัดมาได้เสมอ เราเชื่อมั่นเสมอว่า เราจะก้าวต่อไป ผมได้พูดกับนักเตะเสมอว่าเราสามารถพัฒนาได้เสมอ ถ้วยใบนี้จะเป็นความสำเร็จขั้นต่อไปของเรา เราจะเตรียมตัวให้ดีที่สุดเพื่อประสบความสำเร็จ ผมไม่อยากให้นักเตะกดดันกับเกมนี้ เราอยากให้ทุกคนเล่นได้ตามที่ซ้อม และทุ่มเทตลอด 90 นาที โดยมีผลการแข่งขันเป็นตัวตัดสิน ผมเคารพคู่ต่อสู้ทุกทีม เป้าหมายของเราคือการประสบความสำเร็จ และนำถ้วยแชมป์รายการนี้กลับไปให้ได้”

“สถิติการพบกันที่ผ่านมา และช่วงหลังเราทำผลงานไม่ดีในการเจอกับเชียงราย ทั้งหมดคืออดีต ผมเตรียมทีมเพื่อปัจจุบันและอนาคต เราไม่ได้สนใจเรื่องสถิติ สำหรับผมในฐานะโค้ช ผมพยายามเตรียมทีมให้พร้อมที่สุด โดยไม่สนใจอดีต เราต้องการประสบความสำเร็จด้วยกัน ไม่มีใครทำได้ดีเพียงคนเดียว เราต้องการเล่นเป็นทีมให้ดี ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในช่วงที่ผ่านมา ทุกแมตช์เราเต็มที่เสมอ ตัวผมมีความสุขกับความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา”

“เรามีปัญหาเล็กน้อย ในรายของสุภโชค สารชาติ และ จักรพันธ์ แก้วพรม และทำให้เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแท็กติกเล็กน้อย ซึ่งคิดว่าทีมน่าจะพร้อมเต็มที่ในเกมวันเสาร์ ผมคิดว่าทั้งสองทีมต่างรู้ทาง หน้าที่ของผมคือการเตรียมทีมของตัวเองให้พร้อมที่สุด สำหรับผม ผมบอกลูกทีมเสมอว่าศัตรูของเราคือตัวเราเอง ถ้าเราชนะตัวเองได้ย่องชนะใครก็ได้ คู่แข่งรู้ทางเรา แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

ขณะที่ ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผอ.เชียงราย กล่าวว่า “โปรแกรมทั้งฤดูกาล มีทั้งบอลลีกและบอลถ้วยสองรายการ ขึ้นอยู่กับเส้นทางและในช่วงเวลา ว่าเราให้ความสำคัญตรงไหน ความโชคดีคือเรามีการจัดการทีมที่ดีในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้สร้างสมดุลได้ดีทั้งลีกและบอลถ้วยและได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ จนได้มาชิงฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ ในฐานะแชมป์เก่า ถ้วยจะต้องอยู่ที่ภาคเหนือของเราต่อไป”

“จากสถิติ สถิติส่วนใหญ่บุรีรัมย์ ชนะเรา มีสถิติที่ดีกว่าเรา แต่สะท้อนให้เห็นถึงความต่างระดับของเชียงราย และ บุรีรัมย์ เราเป็นทีมจากภูมิภาคเหมือนกัน ตอนแรกเราหนีตกชั้น และมากลางตาราง จนมาอยู่หัวตาราง ในบอลถ้วยเราเข้ารอบลึก ตกรอบเร็วบ้าง แต่ก้าวขึ้นมาชิงสองถ้วย สองปีติด มันสะท้อนให้เห็นว่าตอนนี้ใกล้เคียง ในลีก บุรีรัมย์ คือทีมที่ดีที่สุดในประเทศไทย แต่บอลถ้วยมันไม่แน่ วันนั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นวันของใคร ใครจะสามารถศักยภาพออกมาได้มากที่สุด ผมเชื่อว่าวันนั้นจะเป็นวันของสีส้ม”

“เราไม่มีนักเตะติดโทษแบน การเตรียมตัวเราเหมือนบุรีรัมย์ การแข่งขันทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเตรียมพร้อม เราต้องพยายามเอาจากที่เราซ้อมลงไปในการแข่งขันจริง ผมเชื่อว่าทุกคนพร้อมและอยากจะคว้าถ้วยแชมป์รายการนี้มาครอง อย่างที่ผมบอก บุรีรัมย์ คือทีมที่สุดในไทยลีก แต่ผมเชื่อว่าทีมบุรีรัมย์ ไม่อยากเจอที่สุดคือเชียงราย เพราะด้วยผลการแข่งขันหลายๆนัดที่ผ่านมา และแรงผลักดันจากปีที่แล้ว”

บทความก่อนหน้านี้สาธุกระหึ่ม! เผยคลิปนาที ‘ครูบาบุญชุ่ม’ ออกจากถ้ำ หลังเข้าไปจำพรรษาปิดวาจา 3 เดือน
บทความถัดไป“มาดามแป้ง” หวังชบาแก้ว 19 ปี ฟอร์มดีต่อเนื่อง ในศึกเอเชีย