เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

คุยกับโทนี่-เซ็นจูรี่ 21 ผอ.ฟุตบอลทีมชาติไทย

หลากหลาย

คุยกับโทนี่-เซ็นจูรี่ 21 ผอ.ฟุตบอลทีมชาติไทย โทนี่-เซ็นจูรี่ 21 กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ชื่อนี้หากเอ่ยในแวดวงคนกีฬา โดยเฉพาะวงการลูกหนังอาจจะไม่คุ้น แต่นับจากนี้ไปคนวงการฟุตบอลจะรู้จักชื่อเขามากขึ้นแน่นอน

เพราะหลังจากสมาคม กีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคม แต่งตั้งพร้อมกับมอบหมายให้รับตำแหน่ง “ผู้อำนวยการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย”

ผอ.ฟุตบอลทีมชาติไทย

ผอ.ฟุตบอลทีมชาติไทย

เริ่มงานกำกับดูแลเตรียมทีมชาติ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล “ซูซูกิ คัพ” หรือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม นี้ และการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย “เอเชียน คัพ 2019” รอบสุดท้าย ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ระหว่าง วันที่ 5 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2019

การตัดสินใจดึง โทนี่-เซ็นจูรี่ 21 เข้ามารับหน้าที่จอมทัพคุมทีมชาติไทยทั้ง 2 ชุด เรื่องนี้ บิ๊กอ๊อด นายกสมาคมลูกหนังบอกว่า ด้วยความสนิทสนมส่วนตัว บวกกับเป็นคนที่รู้และรักกีฬาฟุตบอลเหมือนกัน จึงชักชวนมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้

จนในที่สุดเมื่อถึงเวลาที่จะต้องมาช่วยกัน ผู้อำนวยการคนใหม่ก็ตกปากรับคำแบบไม่ลังเล

ผอ.ฟุตบอลทีมชาติไทย

ผอ.ฟุตบอลทีมชาติไทย

“หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมผมไม่เรียกว่า ‘ผู้จัดการทีม’ เรื่องนี้ตอบไม่ยาก เพราะการนั่งในตำแหน่งผู้จัดการทีมจะต้องอยู่กับนักกีฬาตลอดในช่วงแข่งขัน ดังนั้นจุดนี้มันเป็นจุดของความละเอียดอ่อน ถ้าบางโอกาสเกิดมีปัญหาอะไรแล้วไม่ได้มา จะให้คนอื่นมาทำหน้าที่นั่งแทนในที่นั่งสำรองข้างสนามไม่ได้

แต่ถ้าใช้ตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ” แทน ติดภารกิจหรือทางโค้ชต้องการให้ใครมาดูแลในบางเรื่องเราสามารถเปลี่ยนแปลง ได้ จุดนี้ทางโทนี่รับรู้และเข้าใจ จึงไม่ใช่ปัญหาอะไร ในความเป็นจริงสื่อมวลชน และคนลูกหนังรับรู้และเข้าใจดีว่า จริงๆ แล้วมันก็คือตำแหน่งผู้จัดการทีมนั่นแหละ” บิ๊กอ๊อดกล่าว

ด้านโทนี่ กล่าวถึงการตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการทีมว่า จริงๆ แล้วไม่ได้สนใจว่า จะเรียกผู้อำนวยการทีม หรือ ผู้จัดการทีมหรอก ขอให้ได้ทำงานเต็มที่ดูแลทีมได้เต็มที่ พาทีมไปสู่ความสำเร็จเป็นที่พึงพอใจสร้างความสุขให้คนไทยก็โอเคแล้ว

“ทีมชาติไทยไม่ได้เป็นของผม นายกสมาคม หรือ นักฟุตบอล เรามาทำงานตามหน้าที่ นักบอลก็มีหน้าที่ของเขา โค้ชก็มีหน้าที่ของเขา ผมก็มีหน้าที่ของผม ทุกฝ่ายมารวมกันเพื่อทำให้ทีมแข็งแกร่งและก้าวไป สู่จุดมุ่งหมาย ผมไม่ได้วิตกว่า นี่คือเผือกร้อน แต่ที่ตัดสินใจเข้ามาก็เพื่อช่วยให้คนไทยมีความสุขกับเกมลูกหนังที่ผมรักและ ชอบ บวกความเคารพในตัวนายกสมาคม บิ๊กอ๊อด

หลายคนถามว่า ไม่กลัวทีมชาติไทยจะตกรอบในซูซูกิ คัพ หรือเอเชียนคัพ รึ..!! ผมบอกถ้ากลัวจะเข้ามาทำไม ฟุตบอลมันเล่นกันเป็นทีม ทำงานเป็นทีม ผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของทีมทำหน้าที่ดูแลนักกีฬาให้พร้อมที่สุด ถ้าอะไร จะเกิดก็ต้องเกิด ฟุตบอลกลมๆ เกิดอะไรขึ้นได้เสมอ ดูอย่างทีมระดับโลก เยอรมัน อังกฤษ อาร์เจนตินา ฯลฯ ก็มีบาดแผลจากการแข่งขันแต่ละรายการ

วันนี้ผมพร้อมที่จะทำหน้าที่คนไทยคนหนึ่ง ที่ทำให้ฟุตบอลไทยก้าวไปสู่ ความสำเร็จ จะไปได้ไกลแค่ไหนมันต้องดูกันยาวๆ แต่ผมมั่นใจว่า ปีนี้กับ 2 ทัวร์นาเมนต์ที่จะฟาดแข้งทีมไทยไม่เป็นสองรองใครแน่ ขอให้แฟนบอลให้โอกาสและตามเชียร์นักเตะไทยกัน

ส่วนเรื่องรางวัลแห่งความสำเร็จเรื่องนี้ผม ได้พูดคุยกับทางนายกสมาคมแล้ว ซึ่งสภากรรมการได้วางกฎเกณฑ์ให้รางวัลในระดับหนึ่ง ส่วนตัวผมจะมีอะไรพิเศษให้แค่ไหนคงต้องปรึกษาผู้ใหญ่อีกครั้ง ถามว่ามีมั้ย ต้องมีแน่” ผู้อำนวยการฟุตบอลทีมชาติไทยกล่าว

 

สําหรับ โทนี่-เซ็นจูรี่ 21 กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ปัจจุบันตำแหน่งเจ้าของสิทธิและ ประธานบริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท Eaglemont Operating Partners USA LLC. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท TNY Hong Kong Holdings Co.,Ltd

เจ้าของสิทธิ์ แบรนด์เซ็นจูรี่ 21 ในประเทศไทย และ สปป.ลาว อีกทั้งยังถือครองสิทธิ์แบรนด์ โคเวล แบงเกอร์ ทั้งในประเทศไทยและอังกฤษ สร้างชื่อเป็นแบรนด์ด้านการบริการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในโลก

ผอ.ฟุตบอลทีมชาติไทย

ประสบการณ์ตรงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้ง ในและต่างประเทศกว่า 25 ปี นับเป็นกูรู และผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุนในด้านที่ดิน การพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพ สร้างความ คุ้มค่า อีกทั้งมุมมองเชิงกลยุทธ์ ด้านการบริหารจัดการ การขาย การตลาดและบริการหลังการขาย ที่ก่อให้เกิด มูลค่าเพิ่มในการดำเนินธุรกิจ

จากประสบการณ์ในการลงทุนในต่างประเทศ ปัจจุบันได้มีโครงการลงทุนเข้าซื้อและบริหารอสังหาริมทรัพย์ในประเทศอังกฤษ โดยผ่านเครือข่ายของ โคเวล แบงเกอร์ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้ง ไพรเวท อิวิตี้ ฟันด์ ในการ เข้าลงทุนซื้อและบริหารทรัพย์สินในเมือง ซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา อาทิ โครงการอสังหาริมทรัพย์ และสนามกอล์ฟภายใต้ชื่อ Eaglemont เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่ม

*****

– ส่องโปรแกรมซูซูกิ คัพ

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในรอบสุดท้าย กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน-15 ธันวาคมนี้ ทีมชาติไทยครองแชมป์ มากที่สุดตลอดกาล 5 สมัย รวมทั้งสองครั้งล่าสุดในปี 2014 และ 2016

ปีนี้อยู่ใน กลุ่มบี ร่วมกับ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และ ติมอร์-เลสเต
กลุ่มเอ ประกอบด้วย เวียดนาม มาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา และ ลาว

ทั้งนี้ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปีนี้แข่งขันระบบใหม่ แต่ละชาติจะเล่นในบ้านของตัวเอง 2 นัด และเยือน 2 นัดในกลุ่มตัวเอง และจะนำ 2 อันดับแรกแต่ละกลุ่มเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ โดยอันดับ 1 กลุ่มเอ พบอันดับ 2 กลุ่มบี และอันดับ 1 กลุ่มบี พบกับอันดับ 2 กลุ่มเอ เล่นแบบเหย้า-เยือน เพื่อนำทีมชนะเข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศแบบเหย้า-เยือน เช่นเดิม

โปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทยมีดังนี้

วันที่ 9 พ.ย.
19.00 น. สิงคโปร์ พบ อินโดนีเซีย ที่สิงคโปร์
19.00 น. ติมอร์ฯ พบ ไทย ที่ราชมังคลาฯ

วันที่ 13 พ.ย.
19.00 น. อินโดนีเซีย พบ ติมอร์ฯ ที่อินโดนีเซีย
19.00 น. ฟิลิปปินส์ พบ สิงคโปร์ ที่ฟิลิปปินส์

วันที่ 17 พ.ย.
19.00 น. ติมอร์ฯ พบ ฟิลิปปินส์ ที่กัวลาลัมเปอร์
18.30 น. ไทย พบ อินโดนีเซีย ที่ราชมังคลาฯ

วันที่ 21 พ.ย.
18.30 น. ฟิลิปปินส์ พบ ไทย ที่ฟิลิปปินส์
18.30 น. สิงคโปร์ พบ ติมอร์ฯ ที่สิงคโปร์

วันที่ 25 พ.ย.
19.00 น. ไทย พบ สิงคโปร์ ที่ราชมังคลาฯ
19.00 น. อินโดนีเซีย พบ ฟิลิปปินส์ ที่อินโดนีเซีย

– ส่องโปรแกรมเอเชียน คัพ

ส่วนการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ รอบสุดท้าย แข่งขันกันที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ระหว่างวันที่ 5 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2019

ปรากฏว่า ทีมชาติไทย อยู่ใน กลุ่มเอ ได้เข้ามารอบสุดท้าย เอเชียน คัพ 2019 โดยอัตโนมัติ หลังผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 3 อีกทั้ง เอเอฟซี ยังให้สิทธิ์ 12 ทีม ที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ เป็นทีมวางโถ 1-2 โดยเรียงจากอันดับฟีฟ่าแรงกิ้ง

ซึ่งผลการจับสลากแบ่งสาย ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ มิโลวาน ราเยวัช อยู่ใน กลุ่มเอ ร่วมกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เจ้าภาพ, อินเดีย และ บาห์เรน

กลุ่มบี : ออสเตรเลีย ซีเรีย ปาเลสไตน์ จอร์แดน
กลุ่มซี : เกาหลีใต้ จีน คีร์กิซสถาน ฟิลิปปินส์
กลุ่มดี : อิหร่าน อิรัก เวียดนาม เยเมน
กลุ่มอี : ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ เลบานอน เกาหลีเหนือ
กลุ่มเอฟ : ญี่ปุ่น อุซเบกิสถาน โอมาน เติร์กเมนิสถาน

ทั้งนี้ แชมป์กลุ่ม และรองแชมป์กลุ่ม รวมถึง อันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม จาก 6 กลุ่ม จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ต่อไป

………

อ่านข่าวกีฬาที่เกี่ยวข้องที่ ข่าวสดกีฬา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน