กอล์ฟเอสเอ็มบีซี สิงคโปร์ โอเพ่น รายการร่วมของเอเชียนทัวร์ และ เจแปนทัวร์ แมตช์เปิดฤดูกาล 2019 ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 32 ล้านบาทแข่งขันที่เซนโตซ่า กอล์ฟ คลับ, เซราปง คอร์ส พาร์ 71 ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 17-20 มกราคม มียอดโปรจากสองทัวร์ร่วมแข่งขันรวมทั้งนักกอล์ฟระดับโลกอย่าง เซอร์จิโอ การ์เซีย แชมป์เก่าจากสเปน พอล เคซีย์ มืออันดับ 24 ของโลกจากอังกฤษ และเดวิด เลิฟ เดอะ เธิร์ด จอมเก๋าจากสหรัฐฯ เจ้าของตำแหน่งเวิลด์ กอล์ฟฮอลออฟเฟม
การชิงชัยในรอบสุดท้าย เมื่อวันที่ 20 มกราคม “โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ สวิงดาวรุ่งวัย 23 ปีของไทย ออกสตาร์ตตามผู้นำ โยชิโมริ ฟูจิโมโตะ จากญี่ปุ่นอยู่ 1 สโตรก เปิดฉากได้อย่างยอดเยี่ยมใน 9 หลุมแรกเก็บเบอร์ดี้หลุม 1,2, 4, 6 และ 8 ขยับขึ้นมาเป็นจ่าฝูง ทิ้งห่าง 3 สโตรก

เข้าสู่ช่วง 9 หลุมหลัง แม้โปรแจ๊ส เสียโบกี้แรกของวันที่หลุม 13 แต่มาได้เบอร์ดี้ที่หลุม 16 และ 18 ปิดสกอร์วันสุดท้าย 6 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วันได้ 18 อันเดอร์พาร์ 266 ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง โดยเอาชนะ โยชิโนริ ฟูจิโมโตะ จากญี่ปุ่น และพอล เคซีย์ นักกอล์ฟอันดับ 24 ของโลกจากอังกฤษ 2 สโตรก พร้อมรับเงินรางวัล 180,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 5.7 ล้านบาท และได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปแข่งขันในรายการเมเจอร์ ดิ โอเพน แชมเปียนชิพ เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน หลังจากทำได้เมื่อปีที่แล้ว และขยับอันดับโลกขึ้นไปอยู่ในท็อป 100 เป็นครั้งแรก
ส่วนพอล เคซีย์ หวดเพิ่ม 6 อันเดอร์พาร์ 65 เช่นกันในรอบสุดท้าย แต่ไล่ไม่ทัน สกอร์รวมสี่วันมี 16 อันเดอร์พาร์ 268 ได้อันดับ 2 ร่วมกับโยชิโรนิ ฟูจิโมโตะ ที่เก็บเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 68 ในวันสุดท้าย ส่วนแมทธิว ฟิตซ์แพตทริค มืออันดับ 40 ของโลกจากอังกฤษ ได้อันดับ 4 จบผลงานสี่วัน 14 อันเดอร์พาร์ 270
ด้าน “โลมายักษ์” พรหม มีสวัสดิ์ รอบสุดท้ายตีเข้ามา 3 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสี่วันมี 9 อันเดอร์พาร์ 275 จบอันดับ 5 ร่วมกับ ดอยยอพ มุน จากเกาหลีใต้ ได้ตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในศึกเมเจอร์ ดิ โอเพน แชมเปียนชิพ ครั้งที่ 148 ที่สนามรอยัลพอร์ตรัช กอล์ฟ คลับ ประเทศไอร์แลนด์เหนือในเดือนกรกฎาคมนี้
สำหรับ โปรแจ๊ส คว้าแชมป์เอเชียนทัวร์ รายการที่ 3 ของตัวเองต่อจากบังคลาเทศ โอเพน เมื่อปี 2017 และควีนส์ คัพ เมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้ว กล่าวเปิดใจภายหลังว่า ดีใจมากๆที่ได้แชมป์รายการนี้เพราะเป็นรายการใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยได้มา เป็นรายการโคแซงชั่นเจแปนทัวร์ด้วย และมีนักกอล์ฟในท็อป 50 อันดับโลกของโลกมาเล่นกันหลายคน โดยตอนแรกไม่ได้มองถึงแชมป์ตั้งเป้าคว้าตั๋วไปเล่นเมเจอร์ ดิ โอเพน เพราะการได้ไปเล่นในเมเจอร์รายการนี้เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ได้เจอกับโค้ช พีต โคเวน ซึ่งเข้ามาปรับเปลี่ยนวงสวิงและการพัต์ของผมให้ดีขึ้น จึงอยากไปอีกทำให้มีความสุขมากที่ทำได้ตามเป้าหมายอีกครั้ง และการได้แชมป์ถือเป็นโบนัสพิเศษ ทำให้อันดับโลกขยับขึ้นไปติดในท็อป 100 ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเล่นรายการใหญ่มากขึ้น

โปรวัย 23 ปีของไทยกล่าวอีกว่า สำหรับฤดูกาล 2019 จะพยายามลงเล่นทุกรายการที่มีโอกาสทั้งในเอเชียนทัวร์ เจแปนทัวร์ และยูโรเปี้ยนทัวร์บางรายการ โดยเป้าหมายต่อไปคือการขยับไปติดใน 50 อันดับแรกของโลกให้ได้ และหวังเดินรอยตามพี่อาร์ม กิรเดช อภิบาลรัตน์ ที่ขึ้นไปอยู่ในท็อป 30 ของโลก
ส่วนผลงานนักกอล์ฟไทยคนอื่นๆ กัญจน์ เจริญกุล ได้อันดับ 7 ร่วมกับเซอร์จิโอ การ์เซีย แชมป์เก่าจากสเปน จบสี่วัน 8 อันเดอร์พาร์ 276 ภาณุพล พิทยารัฐ อันดับ 9 ร่วม รวมสี่วันมี 7 อันเดอร์พาร์ 276 ชัพชัย นิราช และพชร คงวัดใหม่ อันดับ 18 ร่วมมี 5 อันเดอร์พาร์ 279 ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ และสุรดิษ ยงค์เจริญชัย 4 อันเดอร์พาร์ 280 อันดับ 24 ร่วม ถิรวัฒน์ แก้วศิริบัณฑิต อันดับ 38 ร่วม สกอร์รวมสี่วัน 2 อันเดอร์พาร์ 282 ประหยัด มากแสง แชมป์เก่าปี 2017 และธันยากร ครองผา อันดับ 47 ร่วม สกอร์รวมสี่วัน 1 อันเดอร์พาร์ 283