“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ? เป็นประธานในการประชุมสภากรรมการสมาคมฯ ที่ห้องประชุมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นการพูดคุยกันในเรื่องทั่วๆไป การตามงานต่างๆที่ได้สั่งการเอาไว้ และการเตรียมขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับต่างๆ ที่จะนำเข้าที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ ในวันที่ 19 เมษายน ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นี้ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

สำหรับเรื่องข้อบังคับต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง จะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงกติการการแข่งขันต่างๆ ให้ตรงตามกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) อย่างเช่นการแข่งขันฟุตบอลถ้วย เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ ถ้ามีช่วงต่อเวลาก็จะสามารถเปลี่ยนตัวเพิ่มได้ หรือข้อบังคับเรื่องของวิดีโอช่วยตัดสิน (วีเออาร์) เช่นกฎที่ห้ามนักเตะ, โค้ช ทำสัญลักษณ์กดดันผู้ตัดสินให้ดูวีเออาร์ เป็นต้น

บิ๊กอ๊อด กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการหาตัวหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ ยังไม่ได้มีการคุยกันในเรื่องนี้ แต่มีการชี้แจงถึงวิธีการสรรหา ไม่ใช่แต่เพียงเปิดรับสมัคร แต่ยังมีการเชิญเข้ามาพูดคุยด้วยเป็นบางราย เพียงแค่ไม่สามารถเปิดเผยได้เท่านั้นเพราะจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย

จากนั้นในช่วงบ่าย พล.ต.อ.ดร.สมยศ พร้อมด้วย “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เดินทางไปดูที่ดินของกกท. ที่อำเภอมวกเหล็ก จ.สระบุรี โดย พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวว่า เนื่องจากในปีนี้ ทางฟีฟ่า จะมีการให้งบประมาณเพื่อมาพัฒนาสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในการพัฒนาวงการฟุตบอลของประเทศ แต่สิ่งสำคัญที่จะนำเงินงบประมาณนี้มาใช้ได้ คือจะต้องมีที่ดินที่จะสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา ตามระเบียบคือจะต้องไปสร้างในพื้นที่ที่มีสัญญาการเช่าไม่น้อยกว่า 20 ปี เหมือนอย่างที่สมาคมฯ เช่าพื้นที่กกท. ในการสร้างที่ทำการของสมาคมฯ ขึ้นมา

บิ๊กอ๊อด กล่าวต่อว่า จากการพูดคุยกับ ดร.ก้องศักด เห็นว่าศูนย์ฝึกกีฬาตามภาคต่างๆ สามารถทำงานร่วมกับสมาคมได้ถ้าหากทำให้เป็นไปตามเงื่อนไขต่างๆ ถ้าหากกกท. ให้สมาคมฯ เช่าพื้นที่ ก็จะสามารถสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลตามภาคต่างๆ ได้

“การนำเงินของฟีฟ่ามาลงในพื้นที่ของรัฐ เพื่อทำให้เป็นสมบัติของชาติ มันจะเป็นเรื่องที่ดีกว่านำไปลงในที่ของเอกชนหรือพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งจะทำให้เกิดข้อครหากันได้ ที่ผ่านมาสมาคมฯ ติดต่อกับกรมธนารักษ์ หรือการเคหะฯ มาหลายครั้ง จนสุดท้ายมาลงเอยที่กกท.”

ประมุขลูกหนังไทย กล่าวอีกว่า ศูนย์ของกกท. มีทั้งสนามฟุตบอล หอพัก ฟิตเนสอยู่แล้ว แค่ไปเช่าที่ดินสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลขึ้นมาทั่วทุกภาค มันเร็วกว่าที่จะไปขอบริจาคที่ดินจากคนอื่น ด้วยความที่ผู้ว่ากกท.เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ และเข้าใจว่าสมาคมฯต้องการอะไร ถ้าหากทั้งหมดเป็นไปได้ ก็จะสามารถสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลเกิดขึ้นทุกภูมิภาคภายในปี 2562 แน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน