ช้างศึก สู้เต็มที่ต้านไม่อยู่แพ้อุรุกวัยได้เพียงรองแชมป์ไชน่า คัพ 2019

ช้างศึก

ช้างศึก ทีมชาติไทย พยายามอย่างสุดความสามารถแล้วแต่ต้านความแข็งแกร่งของทีมระดับโลกอย่าง “จอมโหด”อุรุกวัย ไม่ได้ แพ้ไปอย่างน่าเสียดายคว้าเพียงรองแชมป์ ไชน่า คัพ 2019

ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่รอบแรกชนะจีน เจ้าภาพ 1-0 ลงสนามนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลสี่เส้า “ไชน่า คัพ 2019” ที่กว่างซี สปอร์ต เซ็นเตอร์ เมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อ 25 มี.ค. พบ “จอมโหด”อุรุกวัย เริ่มเกมไทยซึ่งเป็นรองเรื่องคุณภาพนักเตะเปิดหน้าสู้ได้สนุก แต่ว่าเข้าสู่นาทีที่ 6 อุรุกวัย กลับเป็นฝ่ายออกนำก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากการยิงของ มาเทียส เบชิโญ

หลังจากนั้นขุนพลช้างศึกเริ่มครองเกมบอลได้มากขึ้นตามลำดับแต่การขึ้นเกมบุกยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูแบบจะแจ้งนัก ขณะที่อุรุกวัยแม้ว่าผ่าน 15 นาทีแรกจะเริ่มครองบอลได้น้อยกว่า แต่จังหวะเข้าทำมีโอกาสหวาดเสียวจะบวกแระตูเพิ่มหลายครั้ง นาที 28 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้กระชากเข้าหาเขตโทษตัดสินใจยิงไกลบอลหลุดกรอบออกหลัง

เข้าสู่นาที 38 อุรุกวัย ได้โอกาสบุกทางริมเส้นฝั่งซ้าย คริสเตียน สตูอานี พาบอลเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนเปิดเรียดเข้ากลางประตูบอลถึง แกสตัน เปเรโร แปะเข้าไปง่ายๆ ให้ทีมจอมโหดหนีห่าง 2-0 และยังเปิดเกมบุกเข้าใส่ช้างศึกอย่างต่อเนื่อง แต่จบครึ่งแรกยังทำอะไรไม่ถนัด

เริ่มครึ่งหลังอุรุกวัยได้ลุ้นประตูก่อนจากการที่ คริสเตียน สตูอานี ได้ยิงเน้นๆ ในกรอบเขตโทษ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ปัดได้จังหวะแรกบอลกระดอนชนเสา ยังดีที่บอลกลับมาเข้ามือทำให้ไทยรอดพ้นการเสียประตูที่สาม อย่างไรก็ดีนาที 58 อุรุกวัย ได้ลูกเตะมุม จอร์เจียน เดอ อาร์ราสกาเอตา เปิดให้ คริสเตียน สตูอานี โหม่งตุงตาข่ายพาจอมโหดทิ้งห่าง 3-0

หลังจากนั้นอุรุกวัยเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่ไทยเริ่มเปลี่ยนเอาตัวผู้เล่นสำรองลงมาสัมผัสเกมกับทีมระดับโลกมากขึ้นทำให้การต่อบอลขึ้นเกมไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร นาที 86 ไทยเกือบตีไข่แตกเมื่อ ชนาธิป ไหลบอลให้ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ได้ยิงเน้นๆ บอลชนเสาออกหลังอย่างน่าเสียดาย กระทั่งนาที 87 มักซี โกเมซ ยิงให้อุรุกวัย เอาชนะทีมชาติไทย 4-0 ป้องกันแชมป์ ไชน่า คัพ ได้อีกสมัย ส่วนไทยคว้ารองแชมป์เป็นครั้งแรก

 

อ่านข่าวอื่นที่นี่

บทความก่อนหน้านี้แรงสุดๆ แตงโม ถาม บิ๊กตู่ ยังอยู่อีกเหรอ? บอกไทยแลนด์โอนลี่
บทความถัดไปสื่อน้ำหอม ตีข่าว ราชันชุดขาว พร้อมทุ่ม 10,000 ล้านบาทล่า เอ็มบัปเป