ไทยลีก ออกแถลงการณ์หลังจากที่สโมสรในไทยทำผลงานยอดเยี่ยมและยกระดับมาตรฐานฟุตบอลอาชีพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รอลุ้นฤดูกาลหน้าหากทีมที่ได้เล่นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ได้ดี มีความหวังที่ปี 2021 จะได้สิทธิ์เข้ารอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติมากกว่า 1 ทีม
ไทยลีก จัดการงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนการแข่งขัน “มีต เดอะ วอริเออร์ส” ที่้ห้องประชุมชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อ 9 พ.ค. โดยมี นายเบนจามิน ตัน ที่ปรึกษาและผู้อำนวยการฝ่ายออกใบอนุญาตสโมสร สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการแถลงข่าว
เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
![]()
นายเบนจามิน ตัน กล่าวว่า “ตอนนี้ได้มีการประกาศผลการประกบคู่คิงส์คัพออกมาแล้ว โดยคู่แรกจะเป็นอินเดียพบกับกือราเซา เวลา 15.30 น. ส่วนคู่ที่ 2 จะเป็นไทยพบกับเวียดนาม เวลา 19.45 น. ซึ่งทั้ง 2 คู่จะแข่งขันที่สนามช้าง อารีน่า จ. บุรีรัมย์”
“รายการนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะเชียร์ทีมชาติไทย เนื่องจากเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนลงแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายน และทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน ต่างมีแรงกิ้งที่สูงกว่าไทยทั้งสิ้น ผมหวังว่าทีมชาติไทยจะมีผลงานที่ดีในคิงส์คัพหนนี้”
“เมื่อสัปดาห์ก่อนสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ได้เดินทางมาไทย เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการจัดฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และได้ไปตรวจสนามที่สงขลา, เชียงใหม่, ม. ธรรมศาสตร์รังสิต และราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเราได้ทำการประสานกับการกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่สนามท้องถิ่นแต่ละสนาม หวังว่าทุกสนามจะปรับปรุงได้ทันก่อนเส้นตายในเดือนตุลาคม”
“ซึ่งการเป็นเจ้าภาพของเรานั้น ถือเป็นโอกาสดีที่จะพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ และสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน เพราะรายการนี้ถือเป็นรายการใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเอเชียน คัพ ดังนั้นจึงได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อ รวมถึงนักท่องเที่ยว ถือเป็นการโปรโมตประเทศไทยไปในตัวด้วย”
“สิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนาม จะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการจัดทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของฟีฟ่าและเอเอฟซี เพราะบรรดาทีมชั้นนำของเอเชียต่างเข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ และยังเป็นโอกาสดีของไทยที่จะได้ไปโอลิมปิกด้วย”
“ครั้งสุดท้ายที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพรายการใหญ่คือเอเชียน คัพ ปี 2007 ดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ในการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาสนามให้ได้ตามมาตรฐานสมัยใหม่ หลังจากไม่ได้จัดการแข่งขันระดับนานาชาติมานานถึง 12 ปี”
“สุดท้ายคือเรื่องของโควตา เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ถึงแม้บุรีรัมย์ จะไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ในปีนี้ แต่ยังมีโอกาสที่จะได้สิทธิ์ไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติมากขึ้น จากเดิม 1 ทีม เป็น 2 ทีม ในปี 2021 หากมีผลงานที่ดีในปีหน้า ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณผลงานที่ผ่านมาของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมถึงสโมสรอื่นๆ ที่ทำให้ตัวแทนจากไทยจะได้โควตามากขึ้น”
ทั้งนี้ปัจจุบันสโมสรจากไทยได้สิทธิ์เข้ารอบแบ่งกลุ่มแบบอัตโนมัติ 1 ทีม คือสโมสรที่คว้าแชมป์ไทยลีก ส่วนรองแชมป์ และแชมป์เอฟเอ คัพ จะได้เล่นรอบคัดเลือก รอบที่สอง และที่ผ่านมายังไม่มีทีมไทยผ่านรอบคัดเลือก เข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มได้เลย