ไม่เสียค่าปรับ! เรือพายนนทบุรีแจงดราม่าถูกตร.จับ ระหว่างเดินทางแข่ง บุรีรัมย์เกมส์

บุรีรัมย์เกมส์

ทีมเรือพายจ.นนทบุรี ชี้แจงดราม่า ถูกตำรวจจับ ระหว่างขนย้ายเรือเพื่อเดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน บุรีรัมย์เกมส์ ยืนยันไม่ได้เสียค่าปรับตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ความคืบหน้ากรณีที่ขบวนรถนักกีฬาลากจูงทีมเรือพายจ.นนทบุรี ซึ่งเดินทางมาเพื่อเตรียมมาเข้าร่วมการเเข่งขันกีฬาเยาวชนเเห่งชาติ ครั้งที่ 35 ที่ จ.บุรีรัมย์ บุรีรัมย์เกมส์ เเต่ทว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่านตรวจ ต.หนองหัวแรด อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เรียกตรวจ พร้อมให้เสียค่าปรับเป็นเงิน 500 บาท เหตุทำผิดกฎหมาย  “ใช้รถลากจูงโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ทั้งนี้เเม้เจ้าหน้าที่ของทีมเรือพายนนทบุรีจะทำการชี้เเจง พร้อมเเสดงเอกสารยืนยันของทางจ.นนทบุรี เพื่อเเสดงความบริสุทธ์เเละขอความอนุเคราะห์ เพราะไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำผิดกฎหมาย เพื่อเดินทางต่อ เเต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมพร้อมเขียนใบสั่ง โดยหลังเกิดเหตุเมื่อ 11 พ.ค.62 ได้มีผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของทีมนนทบุรี ที่สนามฝึกซ้อม จ.บุรีรัมน์ ก่อนจะกลายเป็นเรื่องราวเเละข่าวใหญ่โตในเวลานี้

ล่าสุด “โค้ชปืน” ปราโมช ปุ้มกระโทก ผู้ฝึกสอนของทีมเรือพายจ.นนทบุรี ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว พร้อมชี้เเจ้งว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่า ถูกจับข้อหารถลากจูงไม่มีทะเบียน เเละถูกเขียนใบสั่งจริง แต่ยังไม่มีการเรียกรับเงินใดๆ ส่วนข่าวที่ออกไปอาจเป็นเพราะทีมไม่เคยถูกจับข้อหานี้มาก่อน เเละมองว่าน่าจะเกิดจากการเข้าใจผิดในการสัมภาษณ์สื่อสาร

นายปราโมช กล่าวต่อว่า หลังเกิดเรื่อง ทีมเรือพายจ.นนทบุนรี ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบเรื่องนี้เรียบร้อยเเล้ว เมื่อ 13 พ.ค.62 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความอนุเคราะห์ เเละไม่ได้มีการเรียกค่าปรับตามข่าวที่ออกไปในตอนเเรก

“โค้ชปืน” เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุว่า รถที่ตำรวจเรียกตรวจเป็นรถกระบะลากจูงเรือยาวที่ทีมเรือนนทบุรี จ้างมาเพื่อใช้ขนส่งเรือยาว 5 ฝีพาย จำนวน 2 ลำ ไปใช้ทำการเเข่งขันที่บุรีรัมย์ ส่วนตนเเละนักกีฬาอีกราว 20 คนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เเต่นั่งอยู่ในรถบัสที่ตามหลังมาเเละทิ้งช่วงห่างกันพอสมควร  ซึ่งในที่เกิดเหตุมีเพียงคนขับ 2 คน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น

“ส่วนที่เป็นข่าวออกมา ก็เพราะมีผู้สื่อข่าวเดินทางไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่ขับรถลากจูง เมื่อ 14 พ.ค.62  ซึ่งก็เกิดขึ้นหลังจากเรื่องราวจบเเละเคลียร์เรียบร้อยไปเเล้ว เเละก็มีข้อมูลบางส่วนที่คลาดเคลื่อนไปจากความจริง ซึ่งผมก็อยากชี้เเจ้งว่า เรื่องราวทุกอย่างจบลงด้วยดีไม่มีดราม่า อย่างที่เป็นข่าวออกข่าว”

“ตัวผมเเละทีมยืนขอยืนยันว่ายังเคารพกฎหมายการจราจรทุกประการ เเละไม่มีเจตนาโจมตีการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยข่าวที่ออกไปอาจเกิดจากเข้าใจผิดในการสื่อสารกัน ส่วนตัวนักกีฬาก็ไม่ไดกังวลกับข่าวที่เกิดขึ้นเเต่อย่างใด โดยยังมุ่งมั่นเเละมีสมาธิเตรียมที่จะลงทำการเเข่งขันต่อ เพียงเเต่ตกใจเเละไม่คิดว่าจะเป็นข่าวใหญ่โตเช่นนี้”

บทความก่อนหน้านี้ม่วนซื่นริมฝั่งโขง วิถีอีสานบ้านเฮา ณ หนองคาย
บทความถัดไปโครงการลดโลกร้อน