Predator Arena : แลนด์มาร์กแห่งใหม่บุรีรัมย์ ที่คออีสปอร์ตไม่ควรพลาด

Predator Arena

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดินหน้าขยายอาณาจักรกีฬาแบบครบวงจรของพวกเขาอีกก้าว โดยล่าสุดเพิ่งเปิดตัว Predator Arena สนามแข่งขันอีสปอร์ตของทีม“ปราสาทสายฟ้า” ที่ทุ่มงบประมาณรวมทั้งหมดกว่า 20 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขามีทั้งสนามฟุตบอลช้างอารีนา และ สนามแข่งรถช้างอินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ที่เป็นแลนด์มาร์กอยู่ก่อนแล้ว

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

อารีนาอีสปอร์ตแห่งใหม่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ถูกเปิดใช้งานอย่างไม่เป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาทำผลงานในเกม Pro Evolution Soccer หรือ PES 2019 ได้อย่างสวยงาม ด้วยการเก็บ 6 คะแนน จากการเอาชนะ ทรู แบงคอก และ เชียงใหม่ เอฟซี ไปได้ ในการแข่งขันรายการ Toyota E-League ซึ่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงทำการแข่งขันในฐานะทีมแชมป์เก่า

สำหรับPredator Arena ใช้โครงสร้างอาคารเดิมในส่วนของช้อปสโมสรที่ปัจจุบันย้ายไปอยู่ในตัวสนามฟุตบอลช้างอารีนา ซึ่งภายในPredator Arena ที่หากมองจากภายนอกอาจจะไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่ แต่ก็อัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสาวกเกมและอีสปอร์ตอย่างเต็มเปี่ยม

มีทั้งห้องสำหรับการแข่งขันอีสปอร์ตโดยเฉพาะ, ห้องสำหรับการพากย์, ห้องประชุมทีม นอกจากนี้ยังมีโซนของเครื่อง PC ที่มีมากถึง 64 เครื่อง เพื่อเป็นการรองรับการแข่งขันเกม PUBG แบบ 16 ทีม ส่วนเรื่องความแรงนั้นไม่ต้องกังวลเพราะคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องอัดแน่นด้วยสเป็กที่เร็ว, แรง และมีมูลค่ามากกว่าเครื่องละ 100,000 บาท

อย่างไรก็ตามที่กล่าวทั้งหมดยังเป็นเพียงแค่เฟสแรกในแผนการสร้างคอมมูนิติอีสปอร์ตและเกมของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งนายไชยชนก ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสายงานการตลาด และการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงPredator Arena ว่า

“เป้าหมายรวมของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต เราทำอะไรทำจริงและต้องมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อโจทย์ของเราก็ช่วยเป็นหัวหอกในการผลักดันวงการอีสปอร์ต เราคงทำแต่ทีมแข่งอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีพื้นที่หรือเวทีในการสร้างคอมมูนิตี เพื่อส่งเสริมเด็กๆและสร้างนักกีฬาใหม่ๆ

ซึ่งตัว Predator Arena ถือว่าตอบโจทย์ เพราะเป็นพื้นที่ที่สร้างขึ้นมาแบบมีมาตรฐาน พร้อมจัดการแข่งขันทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งนอกจากจะเป็นรังเหย้าของทีมเรายังเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่น้องๆสามารถมาฝึกฝีมือ และเป็นอคาเดมี และหรือเกตเวย์ในอนาคต เพราะเราจะใช้ที่นี่จัดทัวร์นาเมนต์เพื่อเป็นเวทีให้น้องๆได้มีเส้นทางในการพัฒนาขึ้นมาเป็นมืออาชีพ”

ส่วนนายกฤติน ภัทรศรีจิรากุล ที่ปรึกษาบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ตส เผยถึงความพิเศษของอุปกรณ์ในอารีนาแห่งนี้ ว่า “เรียกได้ว่าอารีนาของเราน่าจะมีอุปกรณ์ที่แรงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจาก Predator และทีเด็ดของเราคือส่วนของจอมอนิเตอร์ที่มีความละเอียด 4K HDR 144hz น่าจะเป็นที่เดียวในไทยที่ใช้สเป็กสูงขนาดนี้

ในส่วนของอินเตอร์เน็ตของเรามีความเร็วสูงและมีหลายเส้นรับรองว่าไม่มีกระตุกแน่นอน ซึ่งจะทำให้ทุกคนได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัดในส่วนของอุปกรณ์”

เรียกได้ว่า Predator Arena ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาด้านอีสปอร์ตของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และจากนี้ต้องมาติดตามกันต่อว่าพวกเขาจะสามารถทำให้สนามแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กได้เหมือนกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในส่วนของฟุตบอลและมอเตอร์สปอร์ตได้หรือไม่?

บทความก่อนหน้านี้ชนะเป็นแล้ว! เมืองทอง เปิดรังเชือด สุโขทัย เก็บชัยในลีก ยุค ‘ยุน จอง ฮวาน’
บทความถัดไปธนาธร แจงชัด! ระบบการเมืองกับเศรษฐกิจ ยุค’ประชาธิปไตยครึ่งใบ’ เจตนาคืออะไร