บุรีรัมย์ ฟอร์มโหดบุกถล่มการท่าเรือยึดจ่าฝูง – ฉลาม เขมือบกิเลนสบายเก็บชัย

บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟอร์มสุดแกร่งแม้ว่าจะต้องออกมาเยือนการท่าเรือ เอฟซี ถึงแพท สเตเดียม ช่วยกันยิงฝังเจ้าถิ่น พร้อมกับพลิกขึ้นไปรั้งจ่าฝูงโตโยต้า ไทยลีก 2019 ขณะที่ชลบุรี เอฟซี ที่เพิ่งตั้ง “โค้ชเตี้ย”สะสม พบประเสริฐ นั่งแท่นกุนซือผลงานเฉียบเปิดรังไล่อัด “กิเลนผยอง” แบบไม่ยากเย็น

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์เก่าฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ลงสนามเกมบิ๊กแมตช์ด้วยการพบกับ “สิงห์เจ้าท่า”การท่าเรือ เอฟซี จ่าฝูง โดยเกมนี้บรรดานักเตะที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวทีมชาติทั้ง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ศศลักษณ์ ไหประโคน ของบุรีรัมย์ รวมถึง บดินทร์ ผาลา ของการท่าเรือต่างลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

เปิดฉากมาได้แค่นาทีแรก ทีมเยือนได้จุดโทษ หลังจาก เปโดร จูเนียร์ กระชากบอลเข้าเขตโทษ โดน ทศพล ลาเทศ ดักไว้ ผู้ตัดสินเป่าจุดโทษทันทีและ อันเดรส ตูเนซ อาสายิงไม่พลาด ส่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำ การท่าเรือ เอฟซี 1-0 อย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นการท่าเรือพยายามโหมเกมบุกหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้ แต่เจาะเกมรับของขุนพลปราสาทสายฟ้าเข้าไปลุ้นประตูไม่ถนัด ทำให้จบ 45 นาทีแรกยังเป็นทีมเยือนที่ยังนำอยู่

ครึ่งหลังนาที 48 ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง แบ๊กซ้ายเจ้าบ้านเติมเกมบุกเปิดบอลไปที่เสาแรกให้ เซร์คิโอ ซัวเรซ ได้โหม่งเผาขนส่งบอลเข้าสู่ตาข่าย ให้ ”สิงห์เจ้าท่า” ตีเสมอ 1-1

อย่างไรก็ดีผ่านมาถึง นาที 55 บุรีรัมย์ได้ประตูหนี 2-1 เมื่อ เปโดร จูเนียร์ ลากตัดจากซ้ายเข้าในแล้วสับด้วยขวาเสียบมุมเด็ดขาด

เท่านั้นไม่พอนาที 62 “ปราสาทสายฟ้า” หนีไป 3-1 จากจังหวะที่ ศศลักษณ์ ไหประโคน เปิดไปเสาแรก นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม โหม่งจังหวะแรก วัชระ บัวทอง ทุบออกมา แต่บอลไปเข้าทาง ชิติพัทธ์ แทนกลาง โขกเน้นๆ เข้าไป

หลังจากนั้นทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มไม่ได้จบเกมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอาชนะ การท่าเรือ เอฟซี 3-1 แซงขึ้นไปรั้งจ่าฝูงด้วยการมี 29 แต้มจาก 14 นำการท่าเรือ 1 คะแนน

อีกคู่ที่ชลบุรี สเตเดียม “ฉลามชล”ชลบุรี เอฟซี ที่เพิ่งเปิดตัว “โค้ชเตี้ย”สะสม พบประเสริฐ ขึ้นเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ลงสนามพบกับ “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เพิ่งตั้ง อเล็กซานเดอร์ กามา ขึ้นเป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่

เกมผ่านมาถึง นาที 27 แฟนเจ้าบ้านได้เฮ จากจังหวะที่เริ่มจากการทุ่มด้านซ้ายให้ ลูเคียน พิงอยู่กับ อดิศร พรหมรักษณ์ ที่พยายามหวดสกัดเข้าทาง กฤษฎา กาแมน ตะบันเต็มขอส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายให้ ชลบุรี นำ 1-0

เมืองทองได้ลุ้นทวงประตูคืนในนาที 36 จากฟรีคิกด้านขวา เฮเบอร์ตี เฟอร์นันเดส ปั่นด้วยซ้าย ชนินทร์ แซ่เอียะ นายด่านเจ้าถิ่นเซฟกระฉอก ก่อนบอลจะถูกสกัดมาเข้าทาง สารัช อยู่เย็น โขกย้อนกลับไป แต่ติดเซฟอีกรอบ

กิเลนผยอง ได้ลุ้นอีกครั้ง ในนาที 40 จากจังหวะขึ้นเกมด้านขวา บอลผ่านหน้าประตูเลยมาทางซ้ายถึง สุพร ปินะกาตาโพธิ์ ที่ไม่ยอมยิงเอง แต่พยายามตบย้อนหวังให้ เฮแบร์ตี ทว่าถูกกองหลัง ชลบุรี สกัดทิ้งหวุดหวิด

ท้ายครึ่งแรก “ฉลามชล” หวิดบวกเพิ่มได้ เมื่อ ลูเคียน อัลเมดา พักบอลให้ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ไหลให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ วิ่งมาแปเน้นๆ 8 หลา แต่ ดัง วัน ลัม ซูเปอร์เซฟปัดข้ามคานได้ จบครึ่งแรก ชลบุรี นำ เมืองทอง 1-0

ครึ่งหลังทั้งสองทีมเดินหน้าลุยใส่กันทันที เข้าสู่นาที 74 ชลบุรี ได้ประตูหนี 2-0 จากจังหวะลูกวางยาวจากแดนหลัง โอ บัน ซอก พยายามบัง ลูเคียน อัลเมดา แต่ไม่มิด กองหน้าเจ้าบ้านจิ้มติดขา ดัง วัน ลัม ในจังหวะแรก กระฉอกมาถึง ภาณุพงศ์ พลซา ที่ปั่นโค้งเสียบเสาเข้าไปเป็นประตูปิดท้ายให้เจ้าถิ่นเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ

บทความก่อนหน้านี้ขับรถพ่วงส่งน้ำ พักก๊งเหล้าให้ร่างกายสูบฉีด ขับต่อเมา-ง่วง จอดขวางถนนงีบสบายใจ
บทความถัดไปเสียงปืนสนั่น ลูกชายวิ่งขึ้นมาดู สุดช็อก! เห็นแม่จมกองเลือด พ่อพูดสั่งเสีย ก่อนฆ่าตัวตาม