คืนวันเสาร์นี้ มีฟุตบอลลีกยุโรปให้ติดตามกันอีก ศึกมาดริด ดาร์บี้แมตช์ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด เปิดบ้านต้อนรับ”ตราหมี” แอตฯมาดริด ขณะที่บาร์เซโลน่าไปเยือนมาลาก้า ด้านพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เชลซี จ่าฝูง บุกถิ่นบอร์นมัธ ส่วน”หงส์แดง” ลิเวอร์พูลไปเยือนสโต๊ก ด้านสเปอร์เจอวัตฟอร์ด ปิดท้าย บุนเดสลีกา เยอรมนี บิ๊กแมตช์”เสือใต้”เล่นในถิ่นต้อนรับ”เสือเหลือง” เกมจะสนุกแค่ไหน แฟนลูกหนังไม่ควรพลาด
วันเสาร์ที่ 8 เม.ย.2560
ฟุตบอลลา ลีกา สเปน
รีล มาดริด – แอตฯมาดริด ศึกดาร์บี้แมตช์กรุงมาดริด “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด จ่าฝูง เปิดสนามซานติอาโก เบอร์นาบิว ต้อนรับ”ตราหมี”แอตฯมาดริด คู่ปรับร่วมเมือง
เจ้าถิ่น ลูกทีมของซิเนอดีน ซีดาน นัดล่าสุดเพิ่งบุกถล่มเลกาเนส 4-2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยังครองจ่าฝูงไว้ได้ต่อไป เตะ 29 นัด มี 71 แต้ม ส่วนแอตฯมาดริดก็ไม่น้อยหน้า ล่าสุดชนะ โซเซียดัด 1-0 รั้งที่ 3 มี 61 แต้ม จากการลงเตะ 30 นัด
ความพร้อมเกมนี้ รีล มาดริดพร้อมส่งคริสเตียโน่ โรนัลโด้, แกเร็ธ เบล 2 ดาวดัง หลังจากนัดล่าสุดได้พัก ส่วนดาวดังอื่น คาริม เบนเซม่า, อัลบาโร่ โมราต้า พร้อมลงล่าตาจ่าย
ส่วน”ตราหมี” แนวรุกนำทัพโดย อองตวน กรีซมันน์ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส , โกเก้, ดิเอโก้ โกดิน,
ศึกแห่งศักดิ์ศรีแบบนี้ ทั้งสองทีมคงเตะกันเดือดแน่ “รีล มาดริด”ค่อนข้างเด็ดขาดกว่า มีสิทธิ์เบียดชนะ
เซบีญ่า – ลา คอรุนญ่า ผลงานของเซบีญ่าช่วงหลังค่อนข้างแผ่ว ไม่ชนะใคร 6 นัดหลังสุด เสมอ 3 แพ้ 3 ล่าสุดแพ้บาร์เซโลน่า 0-3 ส่วนลา คอรุนญ่าค่อนข้างดีกว่า 6 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 2 นัด
เจ้าถิ่นอาจเสียความมั่นใจ แต่ได้เล่นต่อหน้ากองเชียร์ แบบนี้ มีสิทธิ์ได้แต้ม
มาลาก้า – บาร์เซโลน่า เจ้าบ้านฟอร์มนัดล่าสุดชนะสปอร์ติ้ง กิฆ่อน 1-0 ส่วนทีมเยือนบาร์เซโลน่า แชมป์เก่าชนะเซบีญ่า 3-0 เกมรุกของบาร์ซ่าอันตรายจริงๆ ทั้งลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ ,เนย์มาร์ ประสานงานกันอย่างลงตัว
เกมนี้ มีสิทธิ์บุกมาชนะได้
เอสปันญ่อล-อลาเบส เจ้าถิ่นแกร่งพอที่จะเก็บชัยได้
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สเปอร์ -วัตฟอร์ด “ไก่เดือยทอง”สเปอร์ ฟอร์มสม่ำเสมอ ล่าสุดบุกชนะสวอนซี 3-1 ส่วนวัตฟอร์ดก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
เกมรุกของสเปอร์จะได้แฮร์รี่ เคน หัวหอกตัวเก่งฟิตสมบูรณ์ หายเจ็บข้อเท้า พร้อมลงล่าตาข่าย ประสานงานกับซน เฮือน มิน หัวหอกทีมชาติเกาหลีใต้, คริสเตียน เอริกเซ่น, มูสซ่า ซิสโซโก้,
นอกจากนี้ยังจะได้วิกเตอร์ วันยาม่า ฟิตพร้อมลงสนามอีกราย
เกมนี้ยังไม่มีแดนนี่ โรส แบ๊กซ้ายตัวจริง
ด้านอูโก้ ยอริส นายทวารมือ 1 มีอาการป่วย ต้องรอเช็กอาการ ส่วนมิเชล วอร์ม ผู้รักษาประตูมือ 2 มีอาการเจ็บ โดยมีเพา โลเปซ นายทวารดาวรุ่งรอเสียบเฝ้าเสา
ด้านวัตฟอร์ต เกมนี้ไม่มีมิเกล บริตอส ตัวหลักที่ติดโทษแบน
ไม่มี 2 นักเตะหลัง ทั้ง ยูเนส กาบูล และ เซบาสเตียน โพรเดิล ที่บาดเจ็บ
สเปอร์ค่อนข้างเหนือกว่า มีสิทธิ์เก็บชัยได้อีกนัด
แมนฯซิตี้ -ฮัลล์ ซิตี้ “เรือใบสีฟ้า” เจ้าถิ่นล่าสุดแพ้เชลซี 1-2 โอกาสลุ้นแชมป์ค่อนข้างยาก ส่วนฮัลล์ฟอร์มดีทีเดียว เพิ่งชนะมิดเดิลสโบรห์ 4-2 ขึ้นมาอยู่ที่ 17 ของตาราง
แมนฯซิตี้รอเช็กความฟิตของแวงซองต์ กอมปานี กองหลังตัวเก๋า และฟาเบียน เดลฟ์ กองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่มีอาการบาดเจ็บจากเกมแพ้เชลซีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
แต่ยังไม่มีบาการี ซาญ่, กาเบรียล เฮซุส และอิลคาย กุนโดแกน ที่บาดเจ็บ
แมนฯซิตี้ พร้อมส่งเลอรอย ซาเน่, เซอร์จิโอ อเกโร่, ดาวิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลงสนาม
ด้านฮัลล์จะได้ อาเบล เฮอร์นันเดซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยที่ผ่านความฟิต แต่ยังไม่มี แฮร์รี แม็กไกวร์ ที่เจ็บ เช่นเดียวกับ โอมาร์ เอลับเดลลาอุย ที่ยังเจ็บหลัง
นักเตะหลักนำทัพโดย ลาซาร์ มาร์โควิช กองกลางตัวเก่งที่ยืมมาจากลิเวอร์พูล
เรือใบเล่นในถิ่น แข็งแกร่ง น่าคืนฟอร์มชนะได้
มิดเดิ้ลสโบรห์ – เบิร์นลี่ย์ เจ้าถิ่น เดอะ โบโร่ อยู่รองบ๊วย มีเพียง 23 แต้ม จากการเตจะ 30 นัด ส่วนเบิร์นลีย์ อยู่ที่ 14 มี 35 แต้ม
ศักยภาพใกล้เคียงกัน มีโอกาสออกเสมอ
สโต๊ก ซิตี้ – ลิเวอร์พูล ช่าง”ปั้นหม้อ”สโต๊ก ฟอร์มย่ำแย่ ล่าสุดแพ้ เบิร์นลีย์ 0-1 ส่วนลิเวอร์พูล ล่าสุดทำได้แค่เสมอ บอร์นมัธ ในถิ่นตัวเอง 2-2
ความพร้อมเกมนี้ ลิเวอร์พูลขาดตัวหลักหลายคน ทั้งซาดิโอ มาเน่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลาน่า ที่บาดเจ็บ
ต้องรอเช็กความฟิตของฟิลิปเป้ คูตินโญ่
ส่วนตัวรุกอื่นนำทัพโดย โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนียล สเตอร์ริดจ์, ดิว็อก โอริกี, เจมส์ มิลเนอร์,
ด้านสโต๊ก รอเช็กความฟิตของโจนาธาน วอลเตอร์ส หัวหอกตัวเก๋า เช่นเดียวกับ มาร์ก มูเนซ่า และมาเม่ ดิยุป ที่เจ็บจากนัดกลางสัปดาห์ แต่น่าจะลงเล่นได้ ส่วนเซอร์ดาน ชาคิรี ดาวดังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์กลับมาซ้อมได้แล้ว พร้อมเป็นตัวเลือกให้มาร์ก ฮิวจ์ส์ กุนซือใหญ่เลือกใช้งานในนัดนี้
เจ้าถิ่นมีอาวุธเด็ดนั่นคือลูกโด่ง และจังหวะตั้งเตะที่อันตราย มองแล้ว มีสิทธิ์บดชนะได้
เวสต์แฮม – สวอนซี ฟอร์มย่ำแย่ด้วยกันทั้งคู่ แต่เกมนี้ เวสต์แฮมได้เล่นในถิ่น เสียงเชียร์น่าจะทำให้ฮึดเก็บชัยได้
บอร์นมัธ – เชลซี นัดล่าสุดไล่ตีเสมอลิเวอร์พูล 2-2 แต่เกมนี้ บอร์นมัธ เจอศึกหนักกว่า ต้อนรับเชลซี จ่าฝูง ที่ฟอร์มร้อนแรง เกมรุกอันตรายกว่าเยอะ แนวรุกนำโดย เอเดน อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า, เปโดร นอกจากนี้จะได้วิกเตอร์ โมเซส ฟิตสมบูรณ์
ด้านเจ้าถิ่นนำทัพโดย แจ๊ก วิลเชียร์, โจชัว คิง,
ศักยภาพเหนือกว่าเยอะ เกมนี้ เชลซีน่าจะบุกมาคว้าชัยได้อีกนัด
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
อตาลันต้า -ซาสซูโอโล่ เจ้าถิ่น อตาลันต้ามีเกมรุกที่เด็ดขาดกว่า ขณะที่เกมรับก็แข็งแกร่ง น่าจะได้ฉลองชัย
ยูเวนตุส – คิเอโว่ เจ้าถิ่น “ม้าลาย” แชมป์เก่าและจ่าฝูง นัดล่าสุดแพ้ นาโปลี 2-3 ศึกฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย รอบรองชนะเลิศ นัดสอง แต่รวมสองนัดชนะ 5-4 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ
ส่วนเกมนี้เป็นศึกกัลโช่ ต้อนรับคิเอโว่ ถือว่าไม่หนักมากนัก
ยูเว่อาจเป็นรองเรื่องความสด แต่ก็ได้เปรียบเสียงเชียร์ ขณะที่เกมรุกก็คมกว่า น่าจะชนะได้
ฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี
บาเยิร์น มิวนิค -ดอร์ตมุนด์ บิ๊กแมตช์ของวงการฟุตบอลเยอรมนีในยุคนี้ เจ้าถิ่น “เสือใต้” จ่าฝูง บาเยิร์นฯ ปะทะกับ ดอร์ตมุนด์ ทีมอันดับ 4
เกมนี้บาเยิร์นฯ จะไม่มี มานูเอล นอยเออร์ นายทวารมือ 1 ที่ยังเจ็บ เช่นเดียวกับ โธมัส มุลเลอร์ ดาวดังตัวหลัก
แต่ทั้งสองคนน่าจะพร้อมลงเล่นในเกมเจอกับรีล มาดริด ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมกลางสัปดาห์หน้า
แต่จะนำทัพโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, อาร์เยน ร็อบเบน, แมตต์ ฮุมเมิลส์, ติอาโก้ อัลคันทาร่า,
ด้าน”เสือเหลือง”ดอร์ตมุนด์ จะไม่มี มาริโอ เกิตเซ่, มาร์โก้ รอยซ์
ต้องเช็กความฟิตของชินจิ คากาวะ, ยูเลี่ยน เวเกิล และลูคัส พิสซ์เซ็ค
เกมนี้จะนำทัพโดย ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมย็อง, คริสเตียน พูลิซิช, อุสมาเน่ เด็มเบเล่
เป็นการดวลความคมของ 2 หัวหอกดาวซัลโวแห่งยุคของบุนเดสลีกา ระหว่างเลวานดอฟสกี้ กับ โอบาเมย็อง
เสือใต้เกมรุกหลากหลายกว่า จังหวะทำเด็ดขาด มีสิทธิ์บดชนะได้
ไลป์ซิก-เลเวอร์คูเซ่น เจ้าถิ่นทีเด็ดทีขาด และการจบสกอร์ดีกว่า มีโอกาสสูงที่จะได้ 3 แต้ม
ชาลเก้ -โวล์ฟสบวร์ก สองทีมศักยภาพใกล้เคียงกัน น่าแบ่งแต้ม







