นิชิโนะ หวังเยาวชน 23 ปีไทยลุยโอลิมปิกที่บ้านเกิด – บิ๊กอ๊อด รับศึกเอเชียไม่ง่าย

นิชิโนะ

นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ยอมรับว่าเขามีเป้าหมายที่อยากจะพาทีมคว้าโควตาไปลุยโอลิมปิกเกมส์ ประเทศญี่ปุ่น แต่ทุกคนต้องพยายามทำงานหนัก เพื่อให้ไปให้ถึงจุดนั้น ด้าน “บิ๊กอ๊อด” ประมุขลูกหนังไทย เผยศึกเอเชีย รอบสุดท้ายไม่ง่าย ไม่ว่าจะอยู่สายไหน หวังนักเตะทำสุดฝีมือ

นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชาวญี่ปุ่น เข้าร่วมในพิธีจับสลากแบ่งสาย ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยช้างศึก U-23 ถูกจับอยู่ในสายเอ ร่วมกับ อิรัก, ออสเตรเลีย และ บาห์เรน แข่งขันระหว่างวันที่ 8-26 ม.ค.2563 คัดเอา 3 ทีมเป็นตัวแทนทวีปเอเชีย เข้าร่วมฟุตบอลโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไทยจะประเดิมนัดแรก รอบแบ่งกลุ่มพบบาห์เรน วันที่ 8 ม.ค. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า “ไม่จะผลจับสลากจะเป็นอย่างไร แต่ในฐานะเจ้าภาพเราจะเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด และพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเจอกับทีมไหน ทุกทีมต่างมีความสามารถที่ดีทั้งนั้น เราเองต้องเตรียมทีมให้พร้อมที่สุด ในการสู้ศึกในครั้งนี้ ผมคิดว่าในระดับรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ไม่มีใครเหนือกว่าใครชัดเจน ตัวผมต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักเตะของเรา รวมถึงคู่ต่อสู้ ในช่วงปลายปีนี้เราจะมีโอกาสแข่งซีเกมส์ ช่วงเวลาหลังจากนี้เราจะพยายามเตรียมทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ควบคู่ไปกับทีมชุดใหญ่”

“แน่นอนว่าการแข่งขันครั้งนี้ มีตั๋วไปโอลิมปิกเป็นเดิมพัน ซึ่งโอลิมปิกจะจัดที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม ความรู้สึกส่วนตัวผมอยากจะทำให้ได้ แต่ก่อนที่เราจะทำให้ได้ เราต้องทุ่มเทมากกว่านี้ ทำงานให้หนักมากกว่านี้เราถึงจะไปได้”

“ส่วนเรื่องปัญหาในตำแหน่งกองหน้า ผมคิดว่าไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่คือทุกประเทศในเอเชีย เพราะลีกแต่ประเทศมักจะใช้กองหน้าต่างชาติ จากทวีปอื่นลงสนาม แต่ละประเทศ แต่ละทีมต้องวิเคราะห์สภาพของตัวเองในปัจจุบัน และวางแผนอนาคตในระยะยาว ว่าเราจะพัฒนาศูนย์หน้าของทีมชาติอย่างไร”

ด้าน “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “จากผลการจับสลากที่ออกมา ผมไม่สามารถดูแคลนหรือประเมินชาติอื่นด้อยกว่าเราได้ เพราะทุกทีมต่างมีศักยภาพและความแข็งแกร่ง สิ่งสำคัญที่สุดของทีมชาติไทยคือต้องโฟกัสที่เรา ต้องดูหรือทำให้ทีมเราพร้อมที่สุด”

“เราไม่ต้องสนว่า คู่แข่งเราเป็นใคร ถ้าเราชนะ หรือทำทีมของเราดีที่สุดแล้ว เชื่อว่าเราจะไปได้ไกล และเข้าไปในรอบลึกๆ ได้ ความคาดหวังต่อทีมฟุตบอล ทั้งจากทีมงาน นักฟุตบอล แฟนบอล รวมถึงสมาคมอยากให้ทีมชาติไทยสร้างผลงานที่ดี เพราะว่ามันคือความสุขของคนไทย ผมเชื่อว่านักฟุตบอลทุกคน โค้ชทีมงาน แม้แต่สมาคมจะต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลการแข่งขันออกมาดี”

“ทุกทีมที่ผ่านเข้ามาถึงรอบสุดท้ายถือเป็นทีมที่มีคุณภาพ ทุกประเทศต่างแข็งแกร่ง ไม่ว่าเราจะอยู่สายใด กลุ่มใด เราต้องแข่งกับทีมที่มีคุณภาพ และแข็งแกร่งทั้งสิ้น เมื่ออยู่สายใด เราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ผมเชื่อว่านักฟุตบอลทีมชาติไทย ทุกคนตระหนักเรื่องนี้”

“ภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจ และเสียงเชียร์จากแฟนบอล ทั้งในสนาม และเชียร์ทางหน้าจอทีวี จะเป็นสิ่งที่ผลักดัน และกระตุ้นให้นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย สร้างผลงานเป็นที่ประทับใจต่อแฟนบอลได้”

บทความก่อนหน้านี้NIAเปิดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรมรุ่นที่ 2
บทความถัดไป‘พิพัฒน์’เร่งสำรวจโฮมสเตย์หนุนไทยเที่ยวไทย – สัปดาห์หน้ามาตรการ 100เดียวเที่ยวทั่วไทย เข้าครม.