เวลส์ซิวตั๋วใบสุดท้ายรอบคัดเลือกปกติ ฉลุยสู่ศึกยูโร 2020 เบลเยียม-อินทรีเหล็กจบสวย

2020

เวลส์ซิวตั๋วใบสุดท้ายของรอบคัดเลือกปกติ ผ่านเข้าสู่ศึกยูโร 2020 ด้านเบลเยียมปิดฉากด้วยสถิติชนะรวด ส่วนเยอรมนีจบสวยคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน กลุ่มอี “มังกรแดง”เวลส์ เปิดสนามคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “แม็กยาร์”ฮังการี โดยผู้ชนะเกมนี้จะได้ตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นทีมสุดท้ายของการคัดเลือกปกติทันที

เกมนี้เวลส์ส่ง คีฟเฟอร์ มัวร์, แกเร็ธ เบล, อารอน แรมซีย์ ลงตัวจริง ส่วนฮังการีนำโดย อดัม ซาไล, บาลาส ชุดชัก, โรลันด์ ซัลไล

ครึ่งแรกนาที 15 แกเร็ธ เบล สปีดไปรับบอลทางสุดเส้นหลังฝั่งขวา จากนั้นม้วนหนีกองหลังแล้วเปิดไปหน้าประตูให้ อารอน แรมซีย์ โขกเต็มหัวตุงตาข่าย เวลส์จึงออกนำ 1-0

ครึ่งหลังนาที 47 เวลส์ได้ฟรีคิกทางกราบซ้าย เบน เดวิส เปิดเข้าเขตโทษให้ คีฟเฟอร์ มัวร์ ตวัดวอลเลย์ไม่เข้ากรอบแล้ว แต่ยังมี อารอน แรมซีย์ โฉบมารับบอลแล้วยิงผ่านนายทวารตุงตาข่าย ทำให้เจ้าถิ่นชนะไป 2-0

ผลอีกคู่ในกลุ่มนี้ สโลวะเกีย ชนะ อาเซอร์ไบจาน 2-0 ทำให้จบ 8 นัด โครเอเชียได้แชมป์กลุ่ม(17 แต้ม) ส่วนเวลส์แซงขึ้นมาเป็นรองแชมป์กลุ่ม(14 แต้ม) ทั้งคู่ผ่านเข้าสู่ศึกยูโรรอบสุดท้าย

ด้านอันดับ 3 สโลวะเกีย(13 แต้ม) และอันดับ 4 ฮังการี(12 แต้ม) ยังได้ไปเพลย์ออฟต่อ ส่วนอันดับ 5 อาเซอร์ไบจาน(1 แต้ม) ตกรอบสนิท

กลุ่มไอ “ปีศาจแดง”เบลเยียม เปิดบ้านถล่มไซปรัส 6-1 เจ้าถิ่นได้จาก คริสติยอง เบนเตเก นาที 16 และ 68, เควิน เดอ บรอยน์ นาที 36 และ 42, ยานนิก แฟร์เรรา การ์รัสโก นาที 44, คีปรอส คริสโตโฟรู นาที 51(ทำเข้าประตูตัวเอง) ส่วนทีมเยือนได้จาก นิโคลัส อิโออันนู นาที 15

ผลคู่อื่น ซานมาริโน แพ้ รัสเซีย 0-5, สกอตแลนด์ ชนะ คาซัคสถาน 3-1

ทำให้จบ 10 นัด เบลเยียมทำสถิติชนะรวด เก็บไป 30 คะแนนเต็ม คว้าแชมป์กลุ่ม ตามด้วยอันดับ 2 รัสเซีย(24 แต้ม) เข้ารอบสุดท้ายทั้งคู่

ขณะที่อันดับ 3 สกอตแลนด์(15 แต้ม) ได้ไปเพลย์ออฟ ส่วนอันดับ 4 ไซปรัส(10 แต้ม) อันดับ 5 คาซัคสถาน(10 แต้ม) และอันดับ 6 ซานมาริโน(0 แต้ม) ตกรอบสนิท

กลุ่มซี “อินทรีเหล็ก”เยอรมนี เปิดรังถล่มไอร์แลนด์เหนือ 6-1 นาบรี ทำแฮตทริกให้เจ้าบ้านนาที 19, 47 และ 60 ที่เหลือได้จาก เลออน โกเรตซ์กา นาที 43 และ 73, ยูเลียน บรันด์ท นาที 90 ส่วนทีมเยือนได้จาก ไมเคิล สมิธ นาที 7

ผลอีกคู่ เนเธอร์แลนด์ ชนะ เอสโตเนีย 5-0 เจ้าถิ่นได้ จอร์จินโย ไวนัลดุม ทำแฮตทริกนาที 6, 66 และ 79 ที่เหลือได้จาก นาธาน อาเก นาที 19, ไมรอน บัวดู นาที 87

ทำให้จบ 8 นัด เยอรมนีคว้าแชมป์กลุ่ม(21 แต้ม) ตามด้วยอันดับ 2 เนเธอร์แลนด์(19 แต้ม) เข้ารอบสุดท้ายทั้งคู่

ด้านอันดับ 3 ไอร์แลนด์เหนือ(13 แต้ม) และอันดับ 4 เบลารุส(4 แต้ม) ยังได้ไปเพลย์ออฟต่อ ส่วนอันดับ 5 เอสโตเนีย(1 แต้ม) ตกรอบสนิท

กลุ่มจี โปแลนด์เปิดบ้านชนะสโลวีเนีย 3-2 เจ้าถิ่นได้จาก เซบาสเตียน ซีมานสกี นาที 3, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาที 54, ยาเช็ก โกรัลสกี นาที 81 ส่วนทีมเยือนได้จาก ทิม มาตาฟซ์ นาที 14, โยซิป อิลิชิช นาที 61

ผลคู่อื่น ลัตเวีย ชนะ ออสเตรีย 1-0, นอร์ทมาซิโดเนีย ชนะ อิราเอล 1-0

ทำให้จบ 10 นัด โปแลนด์คว้าแชมป์กลุ่ม(25 แต้ม) ตามด้วยอันดับ 2 ออสเตรีย(19 แต้ม) เข้ารอบสุดท้ายทั้งคู่

ส่วนทีมอื่น อันดับ 3 นอร์ทมาซิโดเนีย(14 แต้ม) อันดับ 4 สโลวีเนีย(14 แต้ม) อันดับ 5 อิสราเอล(11 แต้ม) และอันดับ 6 ลัตเวีย(3 แต้ม) โดยมีแค่นอร์ทมาซิโดเนียที่ยังได้ไปเพลย์ออฟต่อ ที่เหลือตกรอบหมด

20 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายยูโร 2020 จากการคัดเลือกปกติ

เบลเยียม, อิตาลี, รัสเซีย, โปแลนด์, ยูเครน, สเปน, ฝรั่งเศส, ตุรกี, อังกฤษ, สาธารณรัฐเช็ก, ฟินแลนด์, สวีเดน, โครเอเชีย, ออสเตรีย, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, โปรตุเกส, สวิตเซอร์แลนด์, เดนมาร์ก, เวลส์

16 ทีมที่ได้ไปเพลย์ออฟเพื่อชิง 4 โควตาสุดท้าย (คิดตามผลงานจากศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก)

ไอซ์แลนด์, บอสเนีย, สโลวะเกีย, ไอร์แลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ, สกอตแลนด์, นอร์เวย์, เซอร์เบีย, บัลแกเรีย, อิสราเอล, ฮังการี, โรมาเนีย, จอร์เจีย, นอร์ทมาซิโดเนีย, โคโซโว, เบลารุส

บทความก่อนหน้านี้สเปอร์ ปลด โปเช็ตติโน่ พ้นกุนซือ บีบีซี คาดการณ์ มูรินโญ่ เสียบแทน
บทความถัดไป‘โอบ นิธิ’ ร้อนเงิน โหมรับงาน ปัดเก็บแต่ง ‘มะปราง’ ขอเอาตัวเองให้รอดก่อน