สมาคมบอล ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว ว่าได้ส่งหนังสือไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ว่าจะใช้สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในเกมที่เปิดบ้านรับมือ “อิเหนา” ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก รอบสอง กลุ่มจี หลังจากก่อนหน้านี้ต้องโยกไปใช้สนามม.ธรรมศาสตร์ รังสิต
สมาคมบอล เพิ่งต่อสัญญา อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าโค้ชชาวญี่ปุ่น คุมทีมต่อไปอีก 2 ปี งานแรกคือเกมคัดฟุตบอลโลก เปิดบ้านพบ อินโดนีเซีย วันที่ 26 มี.ค. ต่อด้วยเกมอุ่นเครื่องวันที่ 31 มี.ค. โดยเกมคัดฟุตบอลโลกนั้น 2 แมตช์ก่อนหน้านี้ ทีมชาติไทย โยกไปใช้ สนามกีฬาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นสังเวียนเหย้า เนื่องจาก ราชมังคลากีฬาสถาน ปิดปรับปรุง เพื่อเตรียมความพร้อมฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
ล่าสุด “โจ”นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการ และรองโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า สมาคมได้ทำหนังสือยืนยันกับสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) แล้วว่าจะกลับมาใช้ ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นสนามเหย้า หลังจากปรับปรุงเรียบร้อย ดังนั้นเกมรับมือ อินโดนีเซีย จะกลับไปใช้ ราชมังคลากีฬาสถาน
ส่วนเกมอุ่นเครื่องวันที่ 31 มี.ค. ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ นายพาทิศ กล่าวว่า ใกล้ได้ทีมที่มาประลองแข้งกับไทย เหลือการติดต่อขั้นตอนสุดท้าย ทีมนี้ไม่ใช่ทีมทวีปเอเชีย และอันดับโลกสูงกว่าทีมไทย ขณะที่สังเวียนแข่งต้องรอว่าคู่แข่งจะสะดวกที่ไหนด้วย แต่เตรียมเอาไว้ทั้งสนามในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
สถานการณ์ทีมชาติไทย ในการคัดฟุตบอลโลก รอบ 2 กลุ่มจี ผ่าน 5 นัด มี 8 คะแนน ตามหลัง เวียดนาม 3 คะแนน และอันดับ 2 มาเลเซีย 1 คะแนน ขณะที่อันดับ 4 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 6 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่าไทย 1 นัด และ อินโดนีเซีย 5 นัด ไม่มีแต้ม ตกรอบแล้ว
สำหรับ “ช้างศึก” ยังเหลือโปรแกมแข่งฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก กลุ่มจี อีก 3 นัด ประกอบด้วยเปิดบ้านเจอกับอินโดนีเซีย วันที่ 26 มี.ค. จากนั้นวันที่ 4 มิ.ย. จะต้องออกไปเยือนยูเออี และปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยการเปิดบ้านพบ “เสือเหลือง”มาเลเซีย วันที่ 9 ม.ย. โดยคัดเอาแชมป์กลุ่มทั้ง 8 กลุ่ม รวมถึงอันดับ 2 ที่ดีที่สุดอีก 4 ทีม ผ่านเข้ารอบคัดเลือก รอบสาม พร้อมกับได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023