ลีกไทยได้ข้อสรุป การแข่งขันฤดูกาล 2020 เรียบร้อยแล้ว โดยจะกลับมาเตะอีกครั้งในเดือนก.ย. พร้อมลากยาวถึงพ.ค. ปีหน้า ยันฟุตบอลถ้วยทุกรายการยังมีแข่งเหมือนเดิม

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ลีกไทยได้ข้อสรุป จากการประชุมร่วมระหว่างสมาคมฟุตบอล ไทยลีก และสโมสรสมาชิก หารือร่วมกันที่ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก หลังเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 2019 หรือ Covid-19

กดติดตามไลน์ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “การประชุมวันนี้ เราได้จัดสถานที่เพื่อให้เราได้ประชุมร่วมกัน บนแนวทางคำแนะนำของกระทรวงสาธารณะสุขที่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing)”

“สำหรับประเด็นหลักเรื่องแรกคือ การกำหนดวันที่จะมีการจัดแข่งฟุตบอลไทยลีก 2020 ที่ต้องมาหารือร่วมกันว่าจำเป็นหรือไม่ว่าจะต้องแข่งให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ เนื่องจากจะมีผลกระทบจากจำนวนแมตช์การแข่งขันที่ถี่มาก เฉลี่ย 3 วันต่อแมตช์ ภายใต้เงื่อนไขคือกลับมาแข่งขันภายในเดือนสิงหาคม เรื่องนี้ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ถ้าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ หรือมีทิศทางในทางที่ดีขึ้น ด้วยเหตุของความปลอดภัยตามกฎเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขนั้น เราน่าจะกลับมาจัดการแข่งขันได้ในเดือนก.ย.2563 และไปจบสิ้นในเดือนพ.ค.2564 ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการอื่นๆ จะยังคงจัดการแข่งขันเหมือนเดิม”

“นอกจากนี้ยังมีการปรับช่วงเวลาเปิดตลาดซื้อ-ขายนักเตะใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการกลับมาเริ่มแข่งขันในเดือนก.ย. ส่วนจะนับคะแนนรวมที่มีการแข่งขันทั้ง 4 แมตช์ก่อนหน้านี้หรือไม่ สโมสรในไทยลีก 1 จะทำหนังสือแจ้งแนวทางที่แต่ละทีมต้องการมาให้สมาคม ภายในวันที่ 22 เม.ย. เพื่อทำการพิจารณาต่อไป”

“อีกประเด็นคือแนวทางการปฏิบัติที่ฟีฟ่า ที่แจ้งต่อสโมสรสมาชิกเพื่อป้องกันกรณีการเกิดข้อพิพาทในเรื่องของสัญญากับนักกีฬา ฟีฟ่าแนะนำให้สโมสรกลับไปเจรจาเรื่องค่าตอบแทนเพื่อให้สโมสรอยู่รอดในช่วงวิกฤต และสามารถรักษาสภาพคล่องทางการเงิน จนถึงเวลากลับมาแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ทุกสโมสรจะกลับไปเจรจาลดค่าตอบแทนบุคลากร ทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ในอัตรา 50% เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งลีก”

“ทั้งนี้ ในส่วนของสมาคม จะดำเนินการทำหนังสือแจ้งไปยังฟีฟ่าเกี่ยวกับมติในที่ประชุม รวมทั้งเหตุผลที่ต้องลดค่าตอบแทนด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นเหตุให้ทุกสโมสร มีความจำเป็นที่จะต้องเจรจาลดค่าใช้จ่ายค่าตอบแทน บุคลากรทางกีฬาลง เพื่อให้ฟีฟ่าได้รับทราบและวันข้างหน้า หากเกิดกรณีข้อพิพาทระหว่างสโมสรกับบุคลากรกีฬาเกิดขึ้น หมายความว่า สโมสรได้พยายามที่จะเจรจาให้สอดคล้องกับนโยบายของฟีฟ่าเรียบร้อยแล้ว”

“เรื่องที่ 3 คือ ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เป็นที่มาของการปรับปรุงโครงสร้างการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกเสียใหม่ ให้เหมือนกับลีกประเทศยุโรป คือในฤดูกาล 2021 จะเปิดฤดูกาลในช่วงเดือนกันยายน และปิดฤดูกาลในช่วงเดือนพฤษภาคม ถือว่าเราได้ใช้วิกฤติของการแพร่ระบาดโควิด-19 ปรับเปลี่ยนปฏิทินแข่งขันใหม่ ทำให้ฟุตบอลลีกของไทยนั้น ไม่ต้องเตะในช่วงฤดูฝนซึ่งในการแข่งขันที่ผ่านมาช่วงฤดูฝนนั้นส่งผลกระทบกับฟุตบอลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลที่จะเข้าไปชมในสนาม การเดินทาง สภาพสนาม ตลอดจนอาการบาดเจ็บของนักกีฬาที่แข่งกันในสภาพสนามที่ไม่ดี ภูมิอากาศในช่วงนั้นที่แฟนบอลไม่เข้าสนาม เป็นเหตุให้จำนวนผู้เข้าชมน้อยลง รวมถึงการเปิดตลาดซื้อ-ขายนักเตะจะตรงกับลีกชั้นนำของโลกด้วย”

“ถ้าเราไปแข่งในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงที่ทุกอย่างน่าจะเอื้อประโยชน์กับการเข้าชมของแฟนบอลและการเดินทาง ความปลอดภัยต่างๆ ตรงนี้คือสิ่งที่เราคุยกันในวันนี้เป็นประเด็นหลักๆ”

“ขณะที่เงินสนับสนุนจากทรูวิชั่นส์ เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ที่จะต้องจ่ายในเดือนก.ค. ตอนนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ เนื่องจากยังไม่ได้กลับมาแข่งขัน วันนี้เราได้มีการพูดคุยกัน ทางด้านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้ส่ง นายสิรภพ ดวงสอดศรี ที่ปรึกษา เข้ามารับฟังปัญหาของพวกเราด้วยในวันนี้ มารับฟังความเดือดร้อนของทีมสโมสรในไทยลีก เกี่ยวกับเรื่องสภาพทางการเงินท่านรับฟังปัญหา และท่านเองจะไปดำเนินการหาช่องทางเยียวยา โดยการร้องขอเงินสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือแนวทางการนำเงินจากกองทุนกีฬาอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาและเยียวยาให้กับสโมสร เพราะท่านทราบดีว่า ทุกสโมสรมีปัญหาเรื่องการเงิน”

“ส่วนเรื่องผู้สนับสนุนนั้น ทั้งสมาคมเองและสโมสรคงได้รับผลกระทบกันทั้งหมด ซึ่งต้องมีการเจรจากันเพื่อเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้วงการฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไปได้ ด้านการประชุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่สโมสรสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นกว้างขวาง ทำให้เกิดประโยชน์กับวงการกีฬาฟุตบอลไทย ทำให้เห็นว่าเราพยายาม เมื่อเราอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก หรือได้รับผลกระทบด้วยกัน ทุกทีมหันหน้าเข้าหากัน คุยกันด้วยเหตุและผล ไม่มีใครที่จะมีความคิดเห็นที่แตกแยกออกไป ทุกสโมสรมีมติไปในทิศทางเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เราได้ประชุมหารือกันในวันนี้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน