การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เส้นทางจังหวัดสมุทรสงคราม – เพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร – ระนอง และสุราษฎร์ธานี เมื่อ 8 ต.ค. เป็นการชิงชัยประเภททีมชาย สเตจที่ 3 ปล่อยตัวจากหน้าเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ไปเข้าเส้นชัยที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ระยะทาง 204.20 ก.ม.

ผลปรากฏว่า สิบตรี สราวุฒิ สิริรณชัย เจ้าของ 3 เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์ พุ่งทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าแชมป์ประจำสเตจที่ 3 มาครอง

ตามมาด้วย วาเลนติน ไมดีย์ ที่ได้อันดับ 2 และ นิโคเดมัส โอลเลอร์ ได้อันดับที่ 3 ด้วยเวลา 5.00.26 ชั่วโมงเท่ากัน โดยตำแหน่งผู้นำเวลารวมตำเป็นของ นิโคเดมัส โอลเลอร์ จากทีมไบค์ เอด ด้วยเวลา 10.08.54 ชั่วโมง ได้ครองเสื้อสีชมพู ส่วนอันดับ 2 เป็นของ สราวุฒิ เวลารวม 10.09.36 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม จากชัยชนะในสเตจนี้ทำให้ สราวุฒิ มีคะแนนรวม 41 คะแนน ผงาดคว้าตำแหน่งผู้นำคะแนนรวม แย่งเสื้อเขียวจากทีมไบค์ เอด มาครองได้สำเร็จ

ส่วนรางวัลเจ้าความเร็ว (IS) ประจำจุดที่ 1 เป็นของ นายกฤษณะ แก้วจันทร์ จากทีมฟิชเชอร์แมนเฟรนด์ และรางวัลเจ้าความเร็ว (IS) ประจำจุดที่ 2 ได้แก่ จ่าอากาศเอก พีระพล ชาวเชียงขวาง จากทีมไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง

รางวัลแชมป์รุ่นยู-23 (รุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปี) ประจำสเตจที่ 3 ได้แก่ นายทักษ์ แก้วน้อย จากทีมไทยแลนด์ ออล สตาร์ เวลา 5.02.51 ชั่วโมง

ขณะที่ผู้นำเวลารวมรุ่นยู-23 ยังเป็นของ “เฟรม” สิบตรี ธนาคาร ไชยยาสมบัติ ด้วยเวลา 10.11.22 ชั่วโมง ได้ครองเสื้อสีม่วงต่อไป


ด้านเวลารวมประเภททีม อันดับ 1 ทีมไบค์ เอด เวลา 30.30.25 ชั่วโมง, ที่ 2 ทีมไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง เวลา 30.31.18 ชั่วโมง, ที่ 3 ทีมรู้ใจ ดอทคอม เวลา 30.39.45 ชั่วโมง

พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมจักรยานฯ กล่าวว่า การแข่งขันเป็นไปตามแผนที่ “โค้ชตั้ม” วางเอาไว้ทุกประการ แต่ช่วง 10 กม. สุดท้ายก็ลุ้นกันหนักพอสมควร เพราะเป็นห่วง ธนาคาร จะพลาดการรักษาตำแหน่งผู้นำเวลารวมรุ่นยู-23 สุดท้ายก็ไล่กลุ่มนำทำเวลาได้ทัน

นอกจากนี้ก็ลุ้นในช่วงการสปริ้นต์หน้าเส้น แต่ยังเชื่อฝีมือของ สราวุฒิ กับ พีระพล ว่ามีศักยภาพเพียงพอ และก็ทำสำเร็จตามแผน ส่วนสเตจที่ 4 เส้นทางปั่นขึ้นเขา น่าจะเป็นโอกาสดีของนักปั่นไทยที่จะแย่งเสื้อชมพูกลับมาให้ได้

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ประเทศไทยจะได้ผลประโยชน์จากการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020” ประการแรกก็คือเรื่องการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย

อย่างทีมไบค์ เอด จากประเทศเยอรมนี เขาขออยู่เมืองไทยต่อจนกว่าจะวีซ่าจะหมด เพราะที่ประเทศของเขาสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ยังค่อนข้างหนัก แต่อยู่ที่นี่เขารู้สึกปลอดภัย และอยากจะเก็บตัวฝึกซ้อมที่เมืองไทยต่อไปสัก 3-4 เดือน

นอกจากนี้การถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะทำให้ชาวต่างชาติได้เห็นแหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติอันสวยงามของประเทศไทย ประการที่สองคือเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ มูลค่าเม็ดเงินอาจจะไม่มากนัก แต่ก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้า และชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ธุรกิจโรงแรมที่พักก็มีความคึกคัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน