ปีศาจแดงเปิดรังล้างแค้นบาซักเซฮีร์ โอกาสฉลุยยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ค่อนข้างสดใส ขณะที่บาร์เซโลนากับยูเวนตุสต่างคว้าชัย ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์เรียบร้อยแล้ว
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน กลุ่มเอช “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษ เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของอิสตันบูล บาซักเซฮีร์ จากตุรกี
เกมนี้เจ้าถิ่นจัด เอดินสัน คาวานี, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บรูโน แฟร์นานเดส ลงตัวจริง ส่วนทีมเยือนใช้งาน เดมบา บา, นาเซอร์ ชาดลี, เอดิน วิสชา
เริ่มเกมมาแค่ 7 นาที แมนฯยูไนเต็ดได้เตะมุมฝั่งซ้าย อเล็กซ์ เตลเลส เปิดเข้ากลางแล้วแนวรับโหม่งสกัดมาหน้าเขตโทษ บรูโน แฟร์นานเดส จึงปราดเข้าตะบันตูมเดียวเสียบตาข่ายสุดสวย เจ้าถิ่นนำ 1-0
นาที 12 บรูโน แฟร์นานเดส แทงบอลเข้าเขตโทษสุดสวยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงลอดขานายทวารสู่ก้นตาข่าย แต่แรชฟอร์ดล้ำหน้าก่อนแล้ว แมนฯยูไนเต็ดยังไม่มีสกอร์เพิ่ม
นาที 19 อเล็กซ์ เตลเลส เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง ผู้รักษาประตูรับไม่ดีหลุดมือกระดอนมาให้ บรูโน แฟร์นานเดส ยิงเข้าไปง่ายๆ แมนฯยูไนเต็ดทิ้งห่าง 2-0
นาที 33 มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวจากครึ่งสนามเข้าเขตโทษแล้วโดน โบลี โบแลงโกลี-เอ็มบอมโบ ตามมาชนล้มลง ผู้ตัดสินจึงให้จุดโทษแมนฯยูไนเต็ด แรชฟอร์ดลงขึ้นมายิงเองไม่พลาด เจ้าถิ่นนำสบายเมื่อจบครึ่งแรก 3-0
ครึ่งหลังนาที 50 บาซักเซฮีร์มีลุ้นเล็กๆ เอดิน วิสชา ได้บอลทางกราบซ้ายแล้วเลี้ยงตัดเข้ากลาง จากนั้นเมื่อสบช่องก็ลองยิงระยะไกล ดาบิด เด เคอา ต้องล้มตัวปัดทิ้ง
นาที 75 ฟรีคิกของบาซักเซฮีร์ระยะประมาณ 30 หลา เยื้องไปทางซ้าย เดนิซ ตูรุก ปั่นข้ามกำแพงตรงกรอบ ดาบิด เด เคอา บินปัดออกมาได้ แต่โกล์ไลน์แจ้งว่าบอลข้ามเส้นประตูไปแล้ว ทีมเยือนไล่มา 1-3
นาที 80 สกอร์เกือบกระชั้นชิดกว่าเดิม เอดิน วิสชา กระชากตัดจากขวาเข้ากลางแล้วยิงไกล บอลลอยไปชนคานเต็มๆ
นาที 90 เมสัน กรีนวูด หลุดมาทางฝั่งขวาแบบไร้คนขวา ก่อนตัดสินใจปาดเข้ากลางต่อให้ แดเนียล เจมส์ ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายนิ่มๆ จบเกมแมนฯยูไนเต็ดชนะขาดลอย 4-1
อีกคู่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง รองแชมป์เก่าจากฝรั่งเศส เฉือนชนะไลป์ซิก จากเยอรมนี 1-0 เจ้าถิ่นได้จาก เนย์มาร์ นาที 11(จุดโทษ)
ผ่านไป 4 นัด แมนฯยูไนเต็ดนำจ่าฝูง(9 คะแนน) ตามด้วยอันดับ 2 เปแอสเช(6 คะแนน) อันดับ 3 ไลป์ซิก(6 คะแนน) อันดับ 4 บาซักเซฮีร์(3 คะแนน)
กลุ่มจี ดินาโม เคียฟ จากยูเครน แพ้คารังต่อ “เจ้าบุญทุ่ม”บาร์เซโลนา จากสเปน 0-4 ทีมเยือนได้จาก แซร์จินโญ เดสต์ นาที 52, มาร์ติน เบรตเวธ นาที 57 และ 70(จุดโทษ), อองตวน กรีซมันน์ นาที 90
อีกคู่ ยูเวนตุส จากอิตาลี เฉือนชนะเฟเรนช์วารอส จากฮังการี 2-1 เจ้าถิ่นได้จาก คริสเตียโน โรนัลโด นาที 35, อัลบาโร โมราตา นาที 90 ส่วนทีมเยือนได้จาก มีร์โต อูซูนี นาที 19
ทำให้ผ่าน 4 นัด บาร์เซโลนาชนะรวด กวาดไป 12 คะแนนเต็ม นำจ่าฝูง ตามด้วยอันดับ 2 ยูเวนตุส(9 คะแนน) เข้ารอบต่อไปทั้งคู่แล้ว ส่วนดินาโมกับเฟเรนช์วารอสมีทีมละ 1 แต้ม ต่างเหลือลุ้นแค่แย่งตั๋วไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก
กลุ่มเอฟ “เสือเหลือง”โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี เอาชนะคลับ บรูช จากเบลเยียม 3-0 เจ้าบ้านได้จาก เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ นาที 18 และ 60, เจดอน ซานโช นาที 45
อีกคู่ ลาซิโอ จากอิตาลี เอาชนะเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก จากรัสเซีย 3-1 เจ้าถิ่นได้จาก ชิโร อิมโมบิเล นาที 3 และ 55(จุดโทษ), มาร์โก ปาโรโล นาที 22 ส่วนทีมเยือนได้จาก อาร์เตม ชูบา นาที 25
ผ่านไป 4 นัด ดอร์ตมุนด์นำจ่าฝูง(9 คะแนน) อันดับ 2 ลาซิโอ(8 คะแนน) อันดับ 3 คลับ บรูช(4 คะแนน) อันดับ 4 เซนิตฯ(1 คะแนน)
กลุ่มอี แรนส์ จากฝรั่งเศส แพ้คารังต่อ “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี จากอังกฤษ 1-2 เจ้าถิ่นได้จาก เซห์รู กิราสซี นาที 85 ส่วนทีมเยือนได้จาก คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย นาที 22, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นาที 90
อีกคู่ คราสโนดาร์ จากรัสเซีย แพ้คารังต่อเซบียา จากสเปน 1-2 เจ้าถิ่นได้จาก มาเซียล วันแดร์สัน นาที 56 ส่วนทีมเยือนได้จาก อิวาน ราคิติช นาที 4, มูนีร์ เอล ฮัดดาดี นาที 90+5
ทำให้ผ่านไป 4 นัด เชลซีกับเซบียามี 10 แต้มเท่ากัน เข้ารอบด้วยกันอย่างแน่นอนแล้ว ส่วนคราสโนดาร์กับแรนส์มี 1 แต้ม เหลือลุ้นแค่แย่งตั๋วไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก


