ศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา(ซีเอเอส) ยืนกรานคำสั่งแบน รัสเซีย จากการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ แต่ลดโทษจาก 4 ปี เหลือ 2 ปี แม้นักกีฬาชาวรัสเซีย ที่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ สามารถเข้าแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ “โตเกียว2020” ก็จะไม่สามารถแข่งขันภายใต้ธงชาติรัสเซีย และ เพลงชาติของตัวเองได้

องค์กรต่อต้านสารกระตุ้นโลก(วาดา) สั่งแบน รัสเซีย ห้ามเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติมาตั้งแต่ ธ.ค. 2019 เป็นต้นมา จากปัญหาการใช้สารกระตุ้น เนื่องจาก ศูนย์ตรวจสารต้องห้ามของรัสเซียไม่ให้ความร่วมมือกับวาด้าในการส่งมอบข้อมูลให้กับผู้สืบสวนในการณีที่สนับสนุนให้นักกีฬาใช้สารกระตุ้นในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ก่อนหน้านี้ โดย รัสเซีย พยายามยื่นอุทธรณ์ แต่สุดท้ายต้องอกหัก

‘เราได้พิจารณา ในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจำเป็นที่จะต้องมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม และต้องการสนับสนุนให้นักกีฬารัสเซียรุ่นต่อไปมีส่วนร่วมในกีฬาสากลที่ขาวสะอาด’ แถลงการณ์ของซีเอเอสระบุไว้

โทษแบนดังกล่าว รวมถึง ฟุตบอลชาย ทีมชาติรัสเซีย ที่จะยังอดเล่นฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ เนื่องจาก คำสั่งแบนมีผลถึง 16 ธ.ค. 2022 นั่นหมายความว่า รัสเซีย จะไม่สามารถลงแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว ที่ปักกิ่งในช่วง ก.พ. ปี 2022 ด้วยเช่นกัน
แต่กระนั้น รัสเซีย สามารถเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2020 ที่จะแข่งขันในปี 2021 ได้ เนื่องจาก การแข่งขันภายใต้การรับรองของ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ไม่ได้ถูกตีความเป็นการแข่งขันระดับเมเจอร์ ซึ่งนอกเหนือจากบทลงโทษดังกล่าว

มิคาอิล บูคานอฟ ผอ.ศูนย์ต่อต้านสารกระตุ้นรัสเซีย แสดงความไม่พอใจต่อ ซีเอเอส “ดูเหมือนจะไม่มีการรับฟังข้อมูลจากทนายความของเราเลย”

อย่างไรก็ตาม วิลตอร์ บังกา ประธานวาดา ก็ไม่พอใจที่ศาลไม่ยืนกรานโทษแบน 4 ปี ตามคำแนะนำของวาดา “ข้อความมันชัดเจนว่ามีการโกงมาจากสถาบันที่รับผิดชอบ และพยายามล้มล้างระบบต่อต้านสารกระตุ้นที่บังคับใช้ทั่วโลก”

เช่นเดียวกับ ทราวิส ไทการ์ต ซีอีโอของ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามแห่งสหรัฐอเมริกา (USADA) ที่ระบุว่า ศาลกีฬาโลกตัดสินอย่างอ่อนแอ และการหลีกหนีผลลัพธ์นี้จะทำลายความบริสุทธิ์ทางกีฬา รวมทั้งหลักนิติธรรมอีกด้วย

ความวุ่นวายเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2014 โดยสถานีโทรทัศน์ในเยอรมนี ทำสารคดีเกี่ยวกับการใช้สารกระตุ้น และพบว่า นักกีฬารัสเซีย 99% มีส่วนกับการใช้สารกระตุ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่อต้านสารกระตุ้น ของภาครัฐด้วยซ้ำ ก่อนที่ กริกอรี่ รอดเชนโก อดีตผอ.ศูนย์ทดลองการต่อต้านสารกระตุ้นของรัสเซีย จะออกมาแฉว่า นักกีฬาทีมชาติรัสเซียที่เข้าแข่งขัน โอลิมปิกฤดูหนาว 2014 ที่โซชิ ต่างก็ใช้สารกระตุ้นทั้งนั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน