ไม่จบง่ายแน่ สำหรับการหาตัวแทนไทยลีก 3 เข้ารอบแชมเปียนส์ลีก เพื่อลุ้นขึ้นชั้น โดยเฉพาะโซนกทม.และปริมณฑล ที่นนทบุรี ยืนยันจะไม่เพลย์ออฟกับบางกอก เอฟซี

ไม่จบง่ายแน่ ในการหาตัวแทนไทยลีก 3 โซนกทม.และปริมณฑล เมื่อ นนทบุรี ยูไนเต็ด ส.บุญมีฤทธิ์ ซึ่งรั้งอันดับ 2 มีแต้มเท่ากับ บางกอก เอฟซี อันดับ 3 ซึ่งไทยลีก 3 ประกาศตัดจบขณะที่ยังเหลือโปรแกรมการแข่งขัน โดยนนทบุรี มีผลต่างประตูได้-เสียดีกว่า แต่ทางไทยลีกให้บางกอก เอฟซี เข้ารอบ เพราะกฎการพบกัน (เฮดทูเฮด)

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

อย่างไรก็ตาม นนทบุรีได้ประท้วงคำตัดสินดังกล่าว ก่อนที่สมาคมลูกหนังจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะต้องให้สภากรรมการสมาคมเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด โดยมีความเป็นไปได้ว่าสภากรรมการอาจจะให้บางกอก เอฟซี และ นนทบุรี เอฟซี เตะเพลย์ออฟเพื่อหาผู้ชนะในการเข้ารอบแชมเปียนส์ลีก

ล่าสุด นนทบุรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสโมสรยืนยันว่าจะไม่ยอมเพลย์ออฟกับบางกอก เอฟซี เด็ดขาด

เนื้อหาของข้อความมีดังนี้

สัจธรรมของเกมฟุตบอล ชีวิตของพวกเรามันขึ้นอยูก่ับการตัดสินตลอดเวลาอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เสียงนกหวีดของกรรมการดังขึ้น ย่อมต้องมีทั้งผู้ได้ และผู้เสียประโยชน์คู่กันเสมอ หากแต่ผลการตัดสินจะไม่เกิดปัญหาต่อเมื่อทุกฝ่ายยอมรับและเคารพใน “กฎกติกา”

FIFA องค์กรลูกหนังโลกเองได้พยายามนำเอาเทคโนโลยีที่ชื่อว่า VAR เข้ามาช่วยให้การตัดสิน เป็นไปตามกติกามากที่สุด เพื่อลดปัญหาการไม่ยอมรับในคำตัดสิน เช่น เมื่อก่อนฝ่ายรุกยิงประตูได้ แต่อาจก้ำกึ่งว่าเป็นลูกล้ำหน้าหรือไม่ ซึ่งจังหวะนั้นไลน์แมนอาจจะยกหรือไมย่กธงก็ได้ แตเมื่อมี VAR มาตีเส้นกราฟฟิกอย่างละเอียดจึงทำให้คำว่า “อาจจะ” หายไปในทันที และเมือ่ไม่ล้ำหน้าลูกนั้นย่อมต้องเป็นประตู

แต่หากกรรมการตัดสินไม่ให้ประตู แล้วกลับบอกว่าถ้าจะนับประตูนี้ต้องมายิงจุดโทษก่อนสิ คงเป็นเรื่องที่พิลึกพิลั่นและตลกขบขันในสายตาชาวโลกเป็นแน่ เพราะไม่ได้มีอยู่ในกติกา ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงแสดงว่ากรรมการกำลังเขียนกฎขึ้นมาใหม่แล้วล่ะ

ฉันใดก็ฉันนั้นการตัดสินของสภากรรมการฟุตบอลแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับกรณีทีมที่จะได้สิทธิ์ไป เล่นรอบแชมเปียนส์ลีกในวนัที่ 27 ม.ค.นี้ ย่อมต้องเป็นไปตามระเบียบกฎการแข่งขันที่วางไว้ หาไม่แล้วความ “ศักดิ์สิทธิ์” ของระเบียบจะหายไปทันที

เมื่อย้อนกลับไปวันที่บริษัทไทยลีกฯ ตัดจบลีก และมีการเรียกประชุมทีมสมาชิกเพื่อประกาศยุติการ แข่งขันระหว่างฤดูกาล รวมถึงการตัดสินทีมที่ได้สิทธิ์ไปเล่นรอบแชมเปียนส์ลีก แน่นอนวันนั้น สปอร์ตไลต์ย่อมส่องมาที่โซนกทม.และปริมณฑล เนื่องจากทีมอันดับ 2 ตามตารางขณะวันตัดจบลีกคือนนทบุรี ยูไนเต็ดฯ ซึ่งมีคะแนนเท่ากันกับอันดับ 3 บางกอก เอฟซี เนื่องจากนนทบุรี ลูกได้-เสียดีกว่า

วันนั้นตัวแทนไทยลีกฯ อ้างเอาระเบียบการแข่งขันขึ้นมาตัดสินให้สิทธิ์แก่ทีมอันดับ 3 โดยไม่เสนอแนวทางที่กำลังบอกกับสังคมอยู่ขณะนี้ว่าเพื่อสปิริตให้นนทบุรี ยูไนเต็ด เพลย์ออฟกับ บางกอก เอฟซี เลย เมื่อท่านอ้างกฎ ทีมนนทบุรี ยูไนเต็ดฯ ได้อุทธรณ์ด้วยกฎเช่นกัน ความร้อนไปถึงคณะกรรมการ พิจารณาระเบียบการแข่งขัน ถึงตรงนี้เปรียบเสมือนกรรมการเรียกดู VAR แล้วล่ะ จากนั้นจะส่งความเห็นไปยังสภากรรมการตัดสินชี้ขาดอีกครั้ง

เพราะฉะนั้นตอนนี้จึงไม่ใช่เวลาของการมาเสนอทางออกด้วยการเตะเพลย์ออฟอีกแล้ว หากแต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการตัดสินของสภากรรมการเท่านั้น อย่าลืมว่ากรณีนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ใน ปี 2559 เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จสวรรคต มีการตัดจบลีกมาแล้วเช่นกัน และไม่ว่าผลจะ อกมาเป็นอย่างไร สภากรรมการต้องชี้แจงให้สารณชนทราบถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าตรง กับระเบียบข้อบังคับใดอีกด้วย

กระนั้นก็ตามหากผลการตัดสินของสภากรรมออกมาในลักษณะไม่มีระเบียบรองรับ เช่น เสนอให้เพลย์ออฟ เพื่อแย่งสิทธิ์ไปเล่นแชมเปียนส์ลีก ทีมนนทบุรี ยูไนเต็ดฯ จะขอไม่ทำการแข่งขันเด็ดขาด โดยเหตุผลดังนี้

1. การเตะเพลยอ์อฟไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบ และบอลนัดเดียวมันผิดธรรมชาติของบอลลีก

2. กรณีเพลย์ออฟย่อมหมายถึงการเขียนกฎขึ้นมาใหม่ หากลองพิจารณากันดีๆ กรณีนี้รองรับ แค่ไม่กี่ทีม แล้วทีมร่วมลีกทีมอื่นๆ ที่ยังมีสิทธิ์ก่อนตัดจบลีกล่ะ ไม่มีสิทธิ์ขอเพลย์ออฟหรือ?

แต่หากผลการตัดสินเพื่อหาข้อยุติดโดยมีระเบียบรองรับ เช่นการเพิ่มจำนวนทีมให้ไปทั้ง 3 ทีม (ตามกฎข้อ 11 วรรคท้าย) ทางนนทบุรี ยูไนเต็ดฯ พร้อมสนับสนุนและดำเนินการแข่งขันต่อ อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นแล้วทีมอาจต้องหาที่พึ่งหนทางอื่นอย่าง ศาลสถิตยุติธรรม ไม่ก็ร้องต่อ FIFA เท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน