“ปีเตอร์ คัมมินส์” อายุ 82 ปี ชาวออสเตรเลีย อดีตนายกสมาคมสโมสรเรือใบราชวรุณ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้หนึ่งที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตรและร่วมแข่งเรือใบกับพระองค์
หนุ่มชาวออสเตรเลียผู้นี้ เล่าถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ยอดนักกีฬา พระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยว่า ทรงเป็นผู้ที่มีทักษะ และความสามารถด้านกีฬาเรือใบอย่างยิ่ง
นายคัมมินส์เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี 2514 เข้ามาทำงานในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ขององค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ประจำประเทศไทย

จากวันนั้นถึงขณะนี้ ในวัย 82 ปี ปีเตอร์ คัมมินส์ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระประมุขของไทย
“คัมมินส์”เล่าถึงการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ว่า “ผมมีโอกาสเข้าเฝ้าฯในหลวงครั้งแรก เมื่อปี 2521 ตอนนั้นทำงานอยู่ที่องค์การสหประชาชาติ และเป็นผู้สื่อข่าวและช่างภาพอิสระของน.ส.พ.บางกอกโพสต์ ได้รับมอบหมายให้ไปรายงานข่าวงานเลี้ยงพระราชทานนักกีฬาเรือใบและข้าราชบริพาร ราว 300 คน ที่พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างงานเลี้ยง หม่อมเจ้า ภีศเดช รัชนี ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานสโมสรเรือใบราชวรุณฯ ประทานแนะนำให้ผมเข้าเฝ้าฯพระองค์”

ปีเตอร์ คัมมินส์ดีใจที่สุดที่ได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ พร้อมสนทนาเรื่องเรือใบ
“วันนั้นดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้เข้าเฝ้าฯ จำได้ว่าได้สนทนากับพระองค์ท่านนานถึง 20 นาที จากนั้นมีโอกาสได้เล่นเรือใบกับพระองค์อย่างสม่ำเสมอ ที่สโมสรเรือใบราชวรุณ ที่พัทยา” คัมมินส์ย้อนรำลึกถึงวันแห่งความปีติ
เรือใบเป็นกีฬาที่ทรงโปรด ไม่เพียงแต่แข่งขัน พระองค์ยังทรงต่อเรือด้วยพระองค์เอง นั่นคือเรือใบประเภทโอเค ชื่อ เวคา 2 เป็นเรือที่ทรงต่อขึ้นและทรงใช้แข่งขันในกีฬาเซียพเกมส์ ปี 2510 กระทั่งคว้าเหรียญทองร่วมกับทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
ปีเตอร์ คัมมินส์เล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ปลื้มปีติว่า “วันนั้นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมรู้สึกผูกพันกับในหลวงอย่างมาก เมื่อครั้งที่ในหลวงตรัสว่า“กลับมาพบกับข้าพเจ้าที่วังไกลกังวลได้ทุกเมื่อที่เธอต้องการ พระองค์ไม่เคยถือตัว แม้จะเป็นถึงพระมหากษัตริย์ พระองค์วางตัวเป็นธรรมชาติเช่นคนธรรมดา”

จากนั้นนักแล่นใบชื่อดังชาวออสเตรเลียผู้นี้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ และแข่งเรือใบกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่ชายหาดหัวหิน หน้าพระราชวังไกลกังวล เมื่อปี 2528

โดยแข่งขันเรือใบ 2 เที่ยว รอบแรก คัมมินส์ เป็นผู้ชนะ จากนั้น เที่ยวที่สอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำเรือใบเข้าเส้นชัยคนแรก ชนะปีเตอร์ คัมมินส์ ขณะที่คัมมินส์ได้อันดับ 3
คัมมินส์เล่าว่า “ในหลวงตรัสกับผมว่า เธอชนะในเที่ยวนี้ แต่เกมหน้า เธอจะไม่ชนะ ผมทูลถามพระองค์ว่า หากไม่ชนะเกมนี้ กระหม่อมจะได้ที่เท่าไหร่ พระองค์ทรงตอบว่า จะได้ที่ 7 ผมจึงทูลตอบว่า กระหม่อมไม่เอาที่ 7 แต่จะขอได้อันดับ 3 ผมประทับใจที่สุดในชั่วชีวิตนี้ที่มีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์อย่างใกล้ชิด และสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับพระองค์ในกีฬาเรือใบที่ทรงโปรด”

นักเรือใบชาวออสเตรเลียรายนี้ยังเล่าต่อว่า หม่อมเจ้าภีศเดชเคยตรัสให้ฟังว่า “ตอนนั้นหม่อมเจ้าภีศเดชทรงเรือใบที่ชายหาด ใกล้กับพระราชวังไกลกังวล พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทอดพระเนตรเห็นเรือใบของหม่อมเจ้าภีศเดชที่แล่นได้ช้ามาก จึงมีรับสั่งว่าจะทรงต่อเรือใบที่แล่นได้เร็วกว่านี้ กระทั่งเกิดมาเป็นเรือใบประเภทโอเค และต่อด้วยอีกหลายๆลำ นอกจากนี้ยังมีเรืออีก ประเภทที่ทรงต่อนั่นคือ มด, ซุปเปอร์มด และไมโครมด
ปีเตอร์ คัมมินส์เล่าถึงพระปรีชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการทรงเรือใบว่า “ในหลวงทรงเป็นนักกีฬาเรือใบที่มีพระปรีชาสามารถสูงมาก พระองค์ทรงมีความละเอียดรอบคอบมาก ทรงเข้าใจเรื่องกระแสลม กระแสน้ำ คลื่นทะเล ระหว่างการแข่งขันพระองค์ทรงมีสมาธิ จะสนพระทัยเรื่องสภาพของลม และคลื่นทะเล ทรงมุ่งมั่นกับเรือของพระองค์ จะไม่สนพระทัยผู้แข่งขันคนอื่น ในหลวงทรงสอนเรื่องการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ต้องปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ เหมือนกับการแข่งขันเรือใบ ต้องรู้จักกระแสลม คลื่นทะเล และบังคับเรือให้ไปสู่จุดหมาย พระองค์มีความเข้าใจเรื่องเรือใบดีมาก ทรงมีพระอารมณ์ขัน และโปรดปรานกีฬาเรือใบอย่างมาก การที่พระองค์ได้รับรางวัลเหรียญทอง ในกีฬาเซียพเกมส์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2510 ถือว่าเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทย จึงมีการประกาศให้วันที่ 16 ธ.ค.ของทุกปี เป็นวันกีฬาแห่งชาติ”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาในกีฬาเรือใบและทรงโปรดกีฬาประเภทนี้ ช่วยให้กีฬาเรือใบในเมืองไทยได้รับความนิยมมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน
“ในหลวงเป็นนักกีฬาเรือใบที่มีพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงรักกีฬาประเภทนี้ เช่นเดียวกับอีกหลายประเภท การที่พระองค์และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ อุบลรัตน์ราชกัญญาทรงคว้าเหรียญทองกีฬาเซียพเกมส์ ช่วยให้กีฬาประเภทนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆจนปัจจุบัน ไทยมีนักกีฬาเรือใบอันดับต้นๆ ของโลก สามารถคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติมากมาย นี่เป็นคุณูปการอันใหญ่ของหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะกีฬาเรือใบ”
พระปรีชาสามารถด้านการทรงเรือใบของในหลวงนั้นปรากฎให้เห็นหลายครั้ง โดย เดือนมี.ค.2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแล่นเรือใบจากราชวรุณ มารีน่า คลับ พัทยาใต้ ไปยังเกาะล้าน โดยมีเจ้าฟ้าชายฟิลิป ดยุค แห่งเอดินเบิร์ก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช หรือพระองค์เจ้าพีระ ทรงร่วมแข่งขัน รวมทั้งศ.ดร.รชฎ กาญจนะวณิชย์ อดีตนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทยที่เคยเข้าแข่งขันโอลิมปิก 3 ครั้ง และนักกีฬาเรือใบคนอื่นอีกกว่า 10 คนร่วมแข่งขันด้วย
ผลปรากฎว่า ในหลวงทรงเข้าอันดับ 1 ขณะที่ รชฎ เข้าอันดับ 2 และคนอื่นๆ ส่วนเจ้าชายฟิลิป เข้าอันดับสุดท้าย
หลังจากจบการแข่งขัน เจ้าชายฟิลิปทูลเกล้าฯถวายเรือคาตามารัน แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นที่ระลึก
ต่อมาทรงตั้งชื่อเรือนี้ว่า”ปลาดุก”
ปีเตอร์ คัมมินส์ กล่าวปิดท้ายว่า “ผมดีใจที่ได้อยู่เมืองไทย และมีโอกาสได้เล่นเรือใบกับในหลวง เมื่อทราบข่าวว่าพระองค์สวรรคต รู้สึกเสียใจอย่างมาก ไม่เคยรู้สึกเสียใจเท่านี้มาก่อน พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุดในโลก”
////